เล่มที่ 14

ส่วนที่ 135

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 135 อ้างอิง: Book 14, Section 135 ประเภท: section


เนื้อหา

คำว่า ผู้มีถ้อยคำมีที่สุดอย่างเดียว คือ ที่ชื่อว่า ผู้มีถ้อยคำมีที่สุด อย่างเดียว เพราะที่สุดถ้อยคำของคนเหล่านี้ อย่างเดียวเท่านั้นไม่ใช่ ๒ ถ้อยคำ. ท้าวสักกะทรงถามว่า ย่อมกล่าวอย่างเดียวเท่านั้น. คำว่า มีศีล มีที่สุดอันเดียว คือมีมารยาทอย่างเดียว. คำว่า มีความพอใจ มีที่สุดอย่างเดียว คือ มีลัทธิ อย่างเดียว. คำว่า มีการสิ้นสุด มีที่สุดอย่างเดียว คือมีการจบถ้วน มีที่สุด อย่างเดียว. คำว่า ท่านจอมทวยเทพ โลกมีธาตุไม่ใช่อย่างเดียว มีธาตุ ต่างกัน ความว่า ท่านจอมทวยเทพ ! โลกนี้มีอัธยาศัยไม่ใช่อย่างเดียว มี อัธยาศัยแตกต่างกัน เมื่อคนหนึ่งอยากเดิน ( แต่อีก ) คนหนึ่งอยากยืน เมื่อ อีกคนหนึ่งอยากยืน ( แต่อีก ) คนหนึ่งอยากนอน สัตว์ทั้ง ๒ ชื่อว่ามี อัธยาศัยอย่างเดียวกันหาได้ยาก. ในโลกที่มีธาตุมากมาย และมีธาตุแตกต่างกันนั้น หมู่สัตว์ย่อมยึดมั่น ย่อมถือเอาธาตุใด ๆ อัธยาศัยใด ๆ คือ ก็ย่อมยึดมั่น ย่อมถือเอาธาตุนั้น ๆ แหละ ด้วยเรี่ยวแรง ด้วยการลูบคลำ เพราะฉะนั้น ท่านจึงแสดงคือ ระบุ ว่าย่อมยึดมากกว่า ย่อมถือเอามากล่าวอย่างดี ด้วยเรี่ยวแรงและด้วยการ ลูบคลำ. คำว่า นี่เท่านั้นจริง อย่างอื่นโมฆะ คือ คำของพวกเราเท่านั้น แหละจริง คำของคนเหล่าอื่นโมฆะ คือเปล่า ได้แก่ ไม่มีประโยชน์ ความฉิบหายอันเรียกว่า อันตะ (ที่สุด)ในบทว่า มีความดับเป็นที่สุด (ยิ่งล่วงส่วน) ชื่อว่า ผู้มีความดับล่วงส่วนเพราะความดับของเขาเหล่านั้นล่วง ที่สุดแล้ว. ความดับของพวกเขาใด ความหวังอย่างยิ่งคือ พระนิพพานใด นั้น ท่านเรียกว่าสิ่งมีที่สุดล่วงส่วนก้าวล่วงความฉิบหายของพวกเขาทั้งหมด. คำว่า ความโปร่งจากกิเลสเครื่องประกอบสัตว์ในทุกข์ เป็นชื่อของพระ- นิพพานนั่นเอง. ชื่อว่า ผู้มีความโปร่งจากกิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในทุกข์ อันล่วงส่วน เพราะความโปร่งจากกิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในทุกข์ของเขา เหล่านี้มีอยู่. ชื่อว่า ผู้มีความประพฤติอันประเสริฐเพราะเขาย่อมประพฤติทางที่ ไกลจากข้าศึกที่ชื่อว่า ประเสริฐเพราะอรรถว่าประเสร็จสุด. ผู้ประพฤติประเสริฐ เพราะเป็นความประพฤติที่ล่วงส่วน ชื่อว่า ผู้ประพฤติประเสริฐล่วงส่วน. คำว่า ที่จบถ้วน เป็นชื่อของพระนิพพานนั่นเอง. ชื่อว่า ผู้มีความจบถ้วนเพราะเขา มีความจบถ้วนที่ล่วงส่วน. คำว่า ความสิ้นไปพร้อมแห่ง ความทะยาน อยาก ในคำว่า ผู้หลุดพ้นแล้วเพราะความสิ้นไปพร้อมแห่งความทะยานอยาก นี้เป็นมรรคก็ได้ เป็นพระนิพพานก็ได้ มรรคชื่อว่าเป็นเครื่องสิ้นไปพร้อม แห่งความทะยานอยาก เพราะทำตัณหาให้สิ้นไปพร้อม คือ ให้หายไป พระนิพพานชื่อว่าเป็นที่สิ้นไปพร้อมแห่งความทะยานอยาก เพราะความทะยาน อยาก เมื่อมาถึงพระนิพพานนั้นแล้ว ก็ย่อมสิ้นไปพร้อม คือ ย่อมฉิบหายไป ชื่อว่า ผู้หลุดพ้นแล้วเพราะความสิ้นไปพร้อมแห่งความทะยานอยาก เพราะ หลุดพ้นแล้วด้วยมรรคอันเป็นเครื่องสิ้นไปแห่งความทะยานอยาก หรือหลุดพ้น คือพ้นอย่างยิ่งในเพราะพระนิพพานอันเป็นที่สิ้นไปพร้อมแห่งความทะยานอยาก. ด้วยพระดำรัสมีประมาณเพียงเท่านี้ ก็เป็นอันว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรง พยากรณ์ปัญหาครบทั้ง ๑๔ ข้อแล้ว.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ