เล่มที่ 14
ส่วนที่ 21
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 21 อ้างอิง: Book 14, Section 21 ประเภท: section
เนื้อหา
ถ้าท่านมีความต้องการยังพร่องอยู่ เรา จะเพิ่มให้ท่านจนเต็มที่ ใครเบียดเบียน ท่าน เราผู้เป็นจอมทัพแห่งแผ่นดินจะ ป้องกัน ท่านเป็นเหมือนบิดา เราเป็น เหมือนบุตร ท่านโควินท์ อย่าทิ้งพวกเรา ไปเลย. ข้าพระพุทธเจ้า ไม่มีความต้องการ ที่ยังพร่อง ผู้เบียดเบียนข้าพระพุทธเจ้า ก็ไม่มีแต่เพราะฟังคำของอมนุษย์ ข้าพระ พุทธเจ้าจึงไม่ยินดีในเรือน. อมนุษย์พวกไหน เขาได้กล่าวข้อความ อะไรกะท่าน ซึ่งท่านได้ฟังแล้ว จึงทิ้ง พวกเรา ทิ้งเรือนของเรา และทิ้งเรา ทั้งหมด. ในกาลก่อน เมื่อข้าพระพุทธเจ้า เข้า ไปอยู่แล้ว เป็นผู้ใคร่บูชา ไฟที่เติมใบ หญ้าคา โชติช่วงแล้ว. แต่นั้น พรหมองค์เก่าแก่จากพรหม โลกมาปรากฏกายแก่ข้าพระพุทธเจ้าแล้ว พรหมนั้นได้แก้ปัญหาของข้าพระพุทธเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าฟังคำนั้นแล้ว จึงไม่ยินดี ในเรือน. โควินท์ ท่านกล่าวคำใด เราเชื่อคำ นั้นของท่าน ท่านฟังถ้อยคำของอมนุษย์ จะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร พวกเรา จักคล้อยตามท่าน โควินท์ขอท่านจงเป็น ครูของพวกเรา. มณี ไพฑูรย์ ไม่ขุ่นมัว ปราศจาก มลทินงดงามฉันใด พวกเราฟังแล้วจัก ประพฤติในคำพร่ำสอนของท่านโควินท์ ฉันนั้น. ถ้าท่านโควินท์ผู้เจริญ ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต แม้ พวกเราก็จักออกจากเรือน บวชเป็นบรรพชิต และคติของท่านก็จักเป็นคติ ของพวกเรา. ครั้งนั้นแล มหาโควินทพราหมณ์ เข้าเฝ้ากษัตริย์ ๖ พระองค์ นั้นแล้วได้ทูลคำนี้กะกษัตริย์ ๖ พระองค์นั้นว่า ใต้ฝ่าพระบาท บัดนี้ ขอพระ องค์โปรดแสวงหาคนอื่นผู้ที่จักพร่ำสอนในเรื่องราชสมบัติของพวกพระองค์มา เป็นที่ปรึกษาเถิด ข้าพระพุทธเจ้าอยากจะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตตาม คำของพรหมผู้กล่าวถึงกลิ่นเหม็นที่ข้าพระพุทธเจ้าได้ฟังนั้นแล กลิ่นเหม็น เหล่านั้น อันผู้อยู่ครอบครองเรือนจะพึงย่ำยีง่าย ๆ ไม่ได้ ข้าพระพุทธเจ้าจัก ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต. ครั้งนั้นแล กษัตริย์ทั้ง ๖ พระองค์นั้น หลีกไปในที่ส่วนหนึ่งแล้วปรึกษากันว่า ขึ้นชื่อว่าพราหมณ์พวกนี้เป็นคนละโมบ ในทรัพย์ อย่ากระนั้นเลย พวกเราพึงเกลี้ยกล่อมโควินทพราหมณ์ด้วยทรัพย์. กษัตริย์เหล่านั้นเข้าไปหามหาโควินทพราหมณ์แล้วตรัสอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ สมบัติในราชสมบัติทั้ง ๗ นี้ มีอยู่เพียงพอจริง ๆ ท่านต้องการด้วยประมาณ เท่าไร ๆ จากราชสมบัติทั้ง ๗ นั้น จงนำมาให้มีประมาณเท่านั้น. อย่าเลย ใต้ฝ่าพระบาท สมบัติแม้นี้ของข้าพระองค์ก็มีพอแล้ว สมบัติของพวกพระองค์ ก็อย่างนั้นเหมือนกัน ข้าพระองค์จักสละทุกอย่างแล้วออกจากเรือนบวชเป็น บรรพชิต ตามคำของพรหมผู้กล่าวถึงกลิ่นเหม็นที่ข้าพระองค์ได้ฟังมานั่นแล กลิ่นเหม็นทั้งหลายเหล่านั้นอันผู้อยู่ครอบครองเรือนจะพึงย่ำยีอย่างง่าย ๆ ไม่ได้ ข้าพระพุทธเจ้าจักออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต. ครั้งนั้นแล เหล่า ๖ กษัตริย์นั้นหลีกไปในส่วนข้างหนึ่งแล้วช่วยกันคิดว่า ขึ้นชื่อว่าพราหมณ์พวกนี้ เป็นคนละโมบในสตรี อย่ากระนั้นเลย พวกเราพึงเกลี้ยกล่อมมหาโควินท์ พราหมณ์ด้วยพวกสตรี กษัตริย์เหล่านั้นเข้าไปหามหาโควินทพราหมณ์แล้วตรัส อย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ พวกสตรีในราชสมบัติทั้ง ๗ นี้มีอยู่อย่างเหลือเฟือ จริง ๆ ท่านต้องการพวกสตรีจำนวนเท่าไร จากราชสมบัติทั้ง ๗ นั้น จะนำ มาให้จำนวนเท่านั้น. พอละ ใต้ฝ่าพระบาท ภริยาของข้าพระองค์มี ๔๐ นาง ผู้เสมอกัน ข้าพระองค์จักสละนางเหล่านั้นทั้งหมดออกจากเรือนบวชเป็นบรรพ ชิตตามคำของพรหมผู้กล่าวถึงกลิ่นเหม็นเน่าที่ข้าพระองค์ได้ฟังมานั่นแหละ กลิ่น ที่เหม็นเน่าเหล่านั้น อันผู้อยู่ครองเรือนจะพึงย่ำยีอย่างง่าย ๆ ไม่ได้ ข้าพระองค์ จักออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต. ถ้าท่านโควินท์ผู้เจริญจักออกจากเรือนบวช เป็นบรรพชิต พวกเราก็จักออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเหมือนกัน และอัน ใดเป็นคติของท่าน อันนั้นก็จักเป็นคติของพวกเรา.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ