เล่มที่ 14
ส่วนที่ 12
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 12 อ้างอิง: Book 14, Section 12 ประเภท: section
เนื้อหา
พระพุทธเจ้าข้า ท้าวสักกะจอมทวยเทพ ได้ตรัสถึงพระคุณตามที่ เป็นจริง ๘ ประการ เหล่านี้แก่ สนังกุมารพรหม. เพราะเหตุนั้น พระเจ้าข้า จึงเล่ากันมาว่า สนังกุมารพรหม จึงชื่นใจ บันเทิง เกิดปิติโสมนัส เมื่อได้ฟังพระคุณตามที่เป็นจริง ๘ ประการ ของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ครั้งนั้น สนังกุมารพรหม นิมิตอัตภาพใหญ่ยิ่งเป็น เพศกุมาร ไว้ผม ๕ จุก ปรากฏแก่ทวยเทพชั้นดาวดึงส์. สนังกุมารพรหมนั้น เหาะขึ้นสู่ฟ้านั่งโดยบัลลังก์ในอากาศ บุรุษมีกำลังพึงนั่งบนบัลลังก์ที่ปูลาดไว้ เป็นอย่างดี หรือโดยบัลลังก์บนภาคพื้นที่เสมอแม้ฉันใด สนังกุมารพรหมก็ ฉันนั้น เหาะขึ้นสู่ฟ้า นั่งโดยบัลลังก์ในอากาศแล้ว เรียกพวกเทพชั้นดาวดึงส์ ว่า ท่านผู้เจริญทั้งหลาย พวกเทพชั้นดาวดึงส์จะสำคัญข้อนั้นเป็นไฉนว่า พระ ผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ทรงมีพระปัญญายิ่งใหญ่มาตลอดกาลนานเพียงไร ท่านผู้เจริญ เคยมีพระราชาพระนามว่า ทิสัมบดีมาแล้ว . พระเจ้า ทิสัมบดีได้ทรงมีพราหมณ์ที่ปรึกษาชี่อโควินท์. พระเจ้าทิสัมบดี ทรงมีพระราช บุตรพระนามว่า เรณุกุมาร. สำหรับโควินทพราหมณ์ได้มีบุตรชื่อ โชติบาล มาณพ. ด้วยประการฉะนี้ จึงได้มีเพื่อน ๘ คน คือเรณุราชบุตร ๑ โชติบาล มาณพ ๑ และกษัตริย์ อื่นอีก ๖ องค์. ครั้งนั้นแล โดยกาลล่วงไปแห่งวัน และคืน โควินทพราหมณ์ได้ทำกาละแล้ว. ครั้นโควินทพราหมณ์ตายแล้ว พระเจ้าทิสัมบดี ก็ทรงคร่ำครวญว่า โอ้หนอ ในสมัยใด เรามอบหมายงาน ทุกอย่างในโควินทพราหมณ์อิ่มเอิบสะพรั่งพร้อมไปด้วยกามคุณทั้ง ๕ ให้เขา บำเรออยู่ ก็ในสมัยนั้นแลโควินทพราหมณ์ ตายไปเสียแล้ว. เมื่อพระเจ้า ทิสัมบดีตรัสอย่างนี้แล้ว เรณุราชบุตรก็กราบทูลคำนี้ กับพระเจ้าทิสัมบดีว่า ข้าแต่เทวะ ขอพระองค์อย่าทรงคร่ำครวญในเพราะโควินทพราหมณ์ตายเลย ลูกชายของโควินทพราหมณ์ชื่อโชติบาลยังมีอยู่ ฉลาดกว่าบิดาเสียด้วย และ สามารถมองเห็นอรรถกว่าเสียด้วย. บิดาของเขาพร่ำสอนข้อความแม้เหล่าใด ข้อความแม้เหล่านั้นเขาก็พร่ำสอนแก่โชติบาลมาณพทั้งนั้น . อย่างนั้นหรือ พ่อกุมาร พระเจ้าทิสัมบดีตรัสถาม. อย่างนั้น เทวะ พระกุมารกราบทูล. ครั้งนั้นแล พระเจ้าทิสัมบดีจึงทรงเรียกบุรุษคนใดคนหนึ่งมาสั่งว่า นี่บุรุษ เธอ มานี่ เธอจงไปหาโชติบาลมาณพ แล้วจงกล่าวกะโชติบาลมาณพอย่างนี้ว่า ขอ ความเจริญจงมีแก่โชติบาลมาณพผู้เจริญ พระเจ้าทิสัมบดีรับสั่งเรียกโชติบาล มาณพผู้เจริญ พระเจ้าทิสัมบดีทรงใคร่จะทอดพระเนตรโชติบาลมาณพผู้เจริญ. บุรุษนั้นรับ สนองพระราชโองการของพระเจ้าทิสัมบดีแล้ว ก็เข้าไปหาโชติบาล มาณพ ครั้นเข้าไปแล้วก็ได้กล่าวคำนี้กะโชติบาลมาณพว่า ขอความเจริญจงมี แก่ท่านโชติบาลมาณพ พระเจ้าทิสัมบดีสั่งให้เรียกท่านโชติบาลมาณพ พระเจ้า ทิสัมบดีทรงใคร่จะทอดพระเนตรท่านโชติบาลมาณพ. โชติบาลมาณพสนองตอบ แก่บุรุษนั้นแล้ว จึงเข้าไปเฝ้าพระเจ้าทิสัมบดี บันเทิงเป็นอันดี กับพระเจ้า ทิสัมบดี ครั้นเสร็จสิ้นถ้อยคำ ชื่นชมพอให้เกิดความคิดถึงกันแล้ว จึงนั่งในที่ ส่วนหนึ่ง. พระเจ้าทิสัมบดีได้ตรัสคำนี้กับโชติบาลมาณพ ผู้นั่งในที่ส่วนหนึ่งว่า ขอให้ท่านโชติบาลจงพร่ำสอนพวกเราเถิด ขอท่านโชติบาลอย่าทำให้พวกเรา เสื่อมเสียจากคำพร่ำสอนเลย เราจะตั้งท่านในตำแหน่งบิดา เราจักอภิเษกใน ตำแหน่งท่านโควินท์. โชติบาลมาณพ รับสนองพระราชโองการของพระเจ้า ทิสัมบดีว่าอย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า. ครั้งนั้นแล ท่านผู้เจริญ พระเจ้าทิสัมบดี ทรงอภิเษกโชติบาลมาณพในตำแหน่งท่านโควินท์ ตั้งไว้ในตำแหน่งบิดาแล้ว.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ