เล่มที่ 13

ส่วนที่ 466

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 466 อ้างอิง: Book 13, Section 466 ประเภท: section


เนื้อหา

ปี่แลสังข์เป็นต้น ชื่อว่า สุสิระ. บทว่า สุวินีตสฺส ความว่าขึงดีแล้ว ด้วยทำให้ หย่อนเป็นต้น. บทว่า สุปฏิตาพิตสฺส ความว่า ตีเทียบดีแล้ว เพื่อให้รู้ว่า พอดี. บทว่า กุสเลหิ สมนฺนาหตสฺส ความว่า บรรเลงโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งสามารถที่จะบรรเลง. บทว่า ธุตฺตา แปลว่า นักเลงการพนัน. บทว่า โสณฺฑา ความว่า นักเลงสุรา. นักเลงสุราเหล่านั้นเทียว ชื่อว่า นักดื่ม ด้วยความสามารถดื่มได้บ่อย ๆ. บทว่า ปริจาเรสุํ แปลว่า ถือจังหวะมือ จังหวะเท้าฟ้อนเล่น. บทว่า สีสนฺหาตสฺส แปลว่า ทรงอาบด้วยน้ำกลิ่นหอม ทั่วพระเศียร. บทว่า อุโปสถิกสฺส ความว่า ทรงสมาทานองค์อุโบสถ. บทว่า อุปริปาสาทวรคตสฺส ความว่า เสด็จขึ้นปราสาทอันประเสริฐ ทรงเสวย พระกระยาหารแล้ว เสด็จเข้าไปยังห้องศิริ เบื้องบน คือ บนพื้นใหญ่ แห่งพระปราสาทอันประเสริฐ แล้วทรงระลึกถึงศีล. ได้ยินว่า ครั้งนั้น พระราชาทรงแก้ปัญหาตั้งแสน ตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว ทรงถวายมหาทาน ทรง ชำระพระเศียร ด้วยน้ำหอม ๑๖ หม้อ เสวยพระกระยาหารเช้า ทรงสพักสไบ อันบริสุทธิ์ ประทับนั่งสมาธิในห้องบรรทมบนพระปราสาทอันประเสริฐ ทรง ระลึกถึงเหตุแห่งบุญ ซึ่งสำเร็จด้วยทาน ทมะ และสัญญมะ ของพระองค์. นี้ เป็นธรรมดาของพระเจ้าจักรพรรดิทั้งปวง. เมื่อพระเจ้าจักรพรรดิเหล่านั้น ทรงระลึกถึงศีลอย่างนั้น จักรรัตนะอันเป็นทิพย์ เช่นกับก้อนแก้วมณีสีเขียว อันมีสมุฏฐานจากบุญกรรม ปัจจัยและฤดูดังกล่าวแล้ว ย่อมปรากฏเหมือน พื้นน้ำสมุทรด้านปราจีน ถูกคลื่นพัด เหมือนอากาศอันประดับประดาแล้ว ฉะนั้น. จักรรัตนะนั้น ได้ปรากฏแก่พระเจ้ามหาสุทัสสนจักรพรรดิราช ฉันนั้นเหมือนกัน.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ