เล่มที่ 13

ส่วนที่ 439

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 439 อ้างอิง: Book 13, Section 439 ประเภท: section


เนื้อหา

บทว่า สรีรภาเค แปลว่า นิมิตแห่งส่วนของพระสรีระ อธิบายว่า เหตุส่วนแห่งพระ- บรมธาตุ. บทว่า สิย สมฺปหาโร ท่านอธิบายว่า การสัมปหารกันด้วยอาวุธ ไม่พึงดีเลย. บทว่า สพฺเพว โภนฺโต สหิตา ความว่า ดูก่อนท่านผู้เจริญ ทั้งหลาย พวกท่านทั้งหมด จงเกื้อกูลกันอย่าแตกกันเลย. บทว่า สมคฺคา ได้แก่ จงเป็นผู้ประชุมพร้อมกัน พูดคำเดียวกัน สามัคคีกัน ทางกายและทาง วาจาเถิด. บทว่า สมฺโมทมานา ได้แก่ จงเป็นผู้บรรเทิงต่อกันและกัน แม้ ทางจิตเถิด. บทว่า กโรมฏฺ€ ภาเค ความว่า จงแบ่งพระสรีระของพระ ผู้มีพระภาคเจ้าเป็นส่วน. บทว่า จกฺขุมโต ได้แก่พระพุทธเจ้าผู้มีจักษุด้วย จักษุ ๕. โทณพราหมณ์ได้กล่าวเหตุเป็นอันมากให้เข้าใจกันว่า มิใช่พวกท่าน พวกเดียวที่เลื่อมใส แม้มหาชนก็เลื่อมใส ในชนเหล่านั้น ผู้ชื่อว่า ไม่ควรจะ ได้ส่วนแบ่งพระสรีระไม่มีแม้แต่คนเดียว. บทว่า เตสํ สงฺฆานํ คณานํ ปฏิสฺสุณิตฺวา ความว่า เพราะหมู่คณะ ที่มาประชุมกันจากที่นั้น ๆ เหล่านั้น รับฟัง (ยินยอม) โทณพราหมณ์จึงแบ่ง พระสรีระของพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็น ๘ ส่วน เท่า ๆ กัน. ลำดับความในเรื่อง นั้น มีดังนี้. เล่ากันว่า เพราะเจ้าเหล่านั้นยินยอม โทณพราหมณ์จึงสั่งให้เปิดรางทอง. เจ้าทั้งหลายก็มายืนที่รางทองนั่นแล ต่างแลเห็นพระบรมธาตุทั้งหลายมีวรรณะ ดั่งทองคำ พากันรำพันว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าสัพพัญญู แต่ก่อนข้า พระองค์ทั้งหลาย ได้เห็นพระสรีระของพระองค์มีวรรณะดังทองคำ ประดับ ด้วยพระมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ จิตด้วยพระพุทธรัศมีมีวรรณะ ๖ ประการ งามรุ่งเรืองด้วยพระอนุพยัญชนะ ๘๐ ประการ แต่บัดนี้ ก็เหลือแต่ พระบรมธาตุ มีวรรณะดั่งทองคำ ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า การณ์นี้ไม่สมควร แก่พระองค์เลย. สมัยนั้น แม้โทณพราหมณ์รู้ว่าเจ้าเหล่านั้นเผลอก็ฉวยพระ- เขี้ยวแก้วเบื้องขวา เก็บไว้ในระหว่างผ้าโพก. ต่อมาภายหลังจึงแบ่งเป็น ๘ ส่วน เท่า ๆ กัน พระบรมธาตุทั้งหมด รวมได้ ๑๖ ทะนาน โดยทะนานตามปกติ เจ้านครแต่ละพระองค์ได้ไปองค์ละ ๒ ทะนานพอดี.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ