เล่มที่ 13
ส่วนที่ 388
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 388 อ้างอิง: Book 13, Section 388 ประเภท: section
เนื้อหา
แม้คาถานี้ว่า คนฺตวาน พุทฺโธ นทิกํ กกุฏํ ท่านวางไว้ในคราว สังคีตินั่นเอง. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปวตฺตา ภควา อิธ ธมฺเม ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประกาศพระธรรมในศาสนานี้ อธิบายว่า ทรง ประกาศธรรม ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์. บทว่า ปมุเข นิสีทิ ได้แก่ นั่ง ตรงพระพักตร์พระศาสดา. ก็ด้วยคำเพียงเท่านี้ พระเถระมาถึงแล้ว. ครั้งนั้น แล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกะท่านพระอานนท์ผู้มาถึงแล้วอย่างนี้. บทว่า เต อลาภา ได้แก่ ลาภกล่าวคืออานิสงส์ทานเป็นลาภของ คนอื่น ไม่ใช่ลาภของเธอ. บทว่า ทุลฺลทฺธํ ได้แก่ การได้อัตตภาพเป็น มนุษย์แม้ด้วยบุญวิเศษก็จัดว่าหาได้ยาก. บทว่า ยสฺสเต เท่ากับ ยสฺส ตว ท่านใด. นอกจากข้าวสารหรือสิ่งเศร้าหมองอย่างยิ่ง ใครจะรู้ได้ พระตถาคต เสวยบิณฑบาตครั้งหลังแม้เช่นไร แล้วเสด็จปรินิพพาน ทานอย่างใดอย่างหนึ่ง จักเป็นอันเธอให้แน่แท้. บทว่า ลาภา ได้แก่ เป็นลาภคืออานิสงส์ในการ ให้ทานที่มีในปัจจุบันหรือเป็นไปในสัมปรายภพ. บทว่า สุลทฺธํ ได้แก่ การ ได้อัตตภาพเป็นมนุษย์ เป็นอันเธอได้มาดีแล้ว. บทว่า สมสมผลา แปลว่า มีผลเท่า ๆ กันโดยอาการทั้งปวง. ถามว่า พระตถาคตสรรเสริญบิณฑบาตใด ที่นางสุชาดาถวายแล้ว ตรัสรู้ บิณฑบาตนั้นพระองค์เสวยในเวลาที่ยังมีราคะ โทสะ และโมหะ แต่ บิณฑบาตนี้ที่นายจุนทะถวายแล้ว พระองค์เสวยในเวลาที่ปราศจากราคะ โทสะ โมหะ มิใช่หรือ แต่ไฉนบิณฑบาตทั้งสองนี้จึงมีผลเท่า ๆ กัน แก้ว่า เพราะเสมอกันโดยการปรินิพพาน เสมอกันโดยการเข้าสมาบัติ และเสมอกัน โดยการระลึกถึง. จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าเสวยบิณฑบาตที่นางสุชาดา ถวายแล้ว. เสด็จปรินิพพานด้วยอุปาทิเสสนิพพานธาตุ และเสวยบิณฑบาตที่ นายจุนทะถวายแล้ว เสด็จปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ รวมความว่า มีผลเสมอกันโดยการปรินิพพาน. ก็ในวันที่พระองค์ตรัสรู้ พระองค์ทรงเข้า สมาบัตินับได้สองล้านสี่แสนโกฏิ แม้ในวันเสด็จปรินิพพาน พระองค์ก็ทรง เข้าสมาบัติเหล่านั้นทั้งหมด. รวมความว่า มีผลเสมอกันโดยเสมอกันด้วย สมาบัติ. ในกาลต่อมา นางสุชาดา ได้ทราบว่า เล่ากันมาว่า ผู้ที่เราเห็นนั้น ไม่ใช่รุกขเทวดา เป็นพระโพธิสัตว์ ได้ยินว่าพระโพธิสัตว์นั้นฉันบิณฑบาต นั้นแล้ว ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ พระองค์ดำรงอยู่ได้ด้วยบิณฑบาต นั้น ๗ สัปดาห์. เมื่อนางได้ฟังดังนั้น ก็ระลึกได้ว่า เป็นลาภของเราหนอ จึงเกิดปีติโสมนัสอย่างแรง. ครั้นต่อมา นายจุนทะได้สดับว่า ได้ยินว่า บิณฑบาตครั้งสุดท้ายที่เราถวาย เราได้ยอดธรรมแล้ว ได้ยินว่า พระศาสดา เสวยบิณฑบาตของเราเสด็จปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ หวนระลึก ได้ว่า เป็นลาภของเราหนอ จึงเกิดโสมนัสอย่างแรง พึงทราบว่ามีผลเสมอกัน แม้โดยการเสมอกันแห่งการระลึกถึงอย่างนี้ด้วยประการฉะนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ