เล่มที่ 13

ส่วนที่ 303

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 303 อ้างอิง: Book 13, Section 303 ประเภท: section


เนื้อหา

เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้ว พร้อมกับการปริ- นิพานได้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ เกิดความขนพองสยองเกล้าน่าพึงกลัว ทั้งกลอง ทิพย์ก็บันลือขึ้น. เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้ว พร้อมกับปรินิพพาน ท้าวสหัมบดีพรหมได้กล่าวคาถานี้ว่า สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จักต้องทอด- ทิ้งร่างกายไว้ในโลก แต่พระตถาคตผู้เป็น ศาสดาเช่นนั้น หาบุคคลจะเปรียบเทียบ มิได้ในโลก เป็นพระสัมพุทธเจ้า ทรงมี พระกำลัง ยังเสด็จปรินิพพาน. เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้ว พร้อมกับปรินิพ- พาน ท้าวลักกจอมเทพ ได้ตรัสพระคาถาว่า สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีความ เกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา ย่อมเกิด ขึ้นและดับไป ความเข้าไปสงบสังขารเหล่า นั้นได้เป็นสุข. . . .ท่านพระอนุรุทธะ ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า ลมอัสสาสะปัสสาสะของพระมุนีผู้มี พระทัยตั้งมั่น คงที่ ไม่หวั่นไหว ปรารภ สันติทำกาละมิได้มีแล้ว. พระองค์มีพระทัยไม่หดหู่ ทรงอด- กลั้นเวทนาได้แล้ว ความพ้นแห่งจิตได้มี แล้ว เหมือนดวงประทีปดับไปฉะนี้. . . .ท่านพระอานนท์ ได้กล่าวคาถานี้ว่า เมื่อพระสัมพุทธเจ้า ประกอบด้วย อาการอันประเสริฐทั้งปวง ปรินิพพาน แล้ว ในครั้งนั้นได้เกิดอัศจรรย์ น่าพึงกลัว และเกิดความขนพองสยองเกล้า.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ