เล่มที่ 13

ส่วนที่ 119

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 119 อ้างอิง: Book 13, Section 119 ประเภท: section


เนื้อหา

บทว่า อุณฺหีสสีโส นี้ท่านกล่าวอาศัยอำนาจประโยชน์ ๒ อย่าง คือ ความที่พระนลาฏบริบูรณ์และความที่พระเศียรบริบูรณ์. อธิบายว่า เพราะว่าพื้น พระมังสะของพระมหาบุรุษนูนขึ้นตั้งเเต่หมวกพระกรรณเบื้องขวาปกพระนลาฏ ทั้งสิ้นเต็มบริบรูณ์ไปจดหมวกพระกรรณเบื้องซ้าย. งดงามเหมือนแผ่นอุณหิส เครื่องประดับของพระราชา. ได้ยินว่า ชนทั้งหลายเห็นลักษณะนี้ของพระมหา- บุรุษได้กระทำทำแผ่นพระอุณหิสสำหรับพระราชาทั้งหลาย. นี้เป็นใจความ ข้อหนึ่งก่อน. ก็ชนเหล่าอื่นมีศีรษะไม่บริบูรณ์. บางคนมีศีรษะเหมือนลิง บางคนมีศรีษะเหมือนผลไม้ บางคนมีศีรษะเหมือนช้าง บางคนมีศีรษะ เหมือนหม้อ บางคนมีศีรษะเหมือนเงื้อมภูเขา. แต่พระมหาบุรุษมีพระเศียร เช่นกับฟองน้ำบริบูรณ์ดีดุจม้วนด้วยปลายเข็มตั้งไว้. ในสองนัยนั้น ในนัยแรก พระกุมารมีพระเศียรดุจพระเศียรประดับด้วยกรอบพระพักตร์ เพราะเหตุนั้น พระกุมารจึงชื่อว่ามีพระเศียรดุจประดับด้วยกรอบพระพักตร์. ในนัยที่สอง พระกุมารมีพระเศียรเป็นปริมณฑลในที่ทั้งปวงดุจอุณหีส เพราะเหตุนั้นจึงชื่อ ว่ามีพระเศียรเป็นปริมณฑลดุจอุณหีส. * ชี หมายถึง ทำสิ่งของที่เป็นปุย เช่น สำลีให้กระจายออก. บทว่า สพฺพกาเมหิ นี้ ท่านกล่าวเหมือนว่าพระราชาพันธุมให้พวก พราหมณ์ดูลักษณะแล้วเลี้ยงดูในภายหลัง. แต่ไม่ควรเห็นอย่างนั้น. พึงทราบ ว่าพระราชาพันธุมโปรดเลี้ยงดูพวกพราหมณ์พยากรณ์ จนอิ่มหนำก่อนแล้วจึง ให้ตรวจลักษณะภายหลัง. ความพิสดารของเรื่องนั้นท่านกล่าวไว้แล้วในการก้าว ลงสู่พระครรภ์. บทว่า ปาเยนฺติ คือให้ดื่มน้ำนม. ได้ยินว่า พระราชาพันธุม โปรดให้นางนม ๖๐ นาง ปรุงน้ำนมมีรสหวานปราศจากโทษบำรุงพระโพธิสัตว์. แม้นางนมที่เหลือล้วนเป็นผู้ฉลาดในการงานนั้น ๆ ก็แผนกละหกสิบเหมือนกัน. โปรดให้ชาย ๖๐ คน ทำหน้าที่รับใช้นางนมเหล่านั้น. โปรดให้ตั้งอมาตย์ ๖๐ คน คอยดูการกระทำและไม่กระทำของชายนั้น ๆ. ด้วยประการฉะนี้ ได้มีแก่อุปฐาก ๓๖๐ คน คือของหญิง ๒๔๐ คน ของชาย ๑๒๐ คน. บทว่า เสตจฺฉตฺตํ คือ ทิพยเศวตฉัตร. ก็ทิพยเศวตฉัตรเป็นของที่ตระกูลให้ ตั้งอยู่ในห้องสิรินั้นแล. พึงทราบความว่า อย่าครอบงำเลย ในบทเป็นต้นว่า มา นํ สีตํ วา ดังนี้.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ