เล่มที่ 12
ส่วนที่ 243
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 243 อ้างอิง: Book 12, Section 243 ประเภท: section
เนื้อหา
วาเสฏฐะ ได้ยินว่า พวกฤษีผู้เป็นบุรพาจารย์ของพวกพราหมณ์ผู้จบ ไตรเพท คือ ฤษีอัฏฐกะ............ภคุ ซึ่งเป็นผู้แต่งมนต์ ร่ายมนต์ ที่ใน ปัจจุบันนี้ พวกพราหมณ์ผู้จบไตรเพท ขับ กล่าว บอก สอนตาม ซึ่งมนต์ บทเก่านี้ ที่ท่านขับแล้ว บอกแล้ว รวบรวมไว้แล้ว ได้ถูกต้อง แม้ท่าน เหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า พวกเรารู้เห็นพรหมนั้น อยู่ ณ ที่ใด โดยอาการใด หรืออยู่ในเวลาใด พราหมณ์ผู้จบไตรเพทเหล่านั้น กล่าวอย่างนี้ว่า พวกเรา ไม่รู้ไม่เห็น แต่พวกเรา แสดงหนทางเพื่อความอยู่ร่วมกับพรหมเหล่านั้นว่า หนทางนี้แหละ เป็นทางตรง เป็นสายทางเดิน เป็นทางนำออก นำผู้ดำเนิน ไปตามทางนั้น เพื่อความอยู่ร่วมกับพรหมได้. เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เมื่อเป็นเช่นนั้น ภาษิต ของพราหมณ์ผู้จบไตรเพทย่อมไม่มีปาฏิหาริย์ มิใช่หรือ. ข้าแต่พระโคดมผู้- เจริญ ภาษิตของพราหมณ์ผู้จบไตรเพทย่อมไม่มีปาฏิหาริย์ พระเจ้าข้า. วาเสฏฐะ ดีละ พวกพราหมณ์ผู้จบไตรเพท ไม่รู้จักพรหม ไม่เห็น พรหม แต่แสดงหนทางเพื่อความอยู่ร่วมกับพรหมว่า หนทางนี้แหละเป็นทาง ตรง เป็นสายทางเดิน เป็นทางนำออก นำผู้ดำเนินไปตามทางนั้นเพื่อความ อยู่ร่วมกับพรหมได้ ข้อนี้ไม่ใช่ฐานะที่จะมีได้ วาเสฏฐะ เหมือนแถวคน ตาบอดเกาะหลังกันและกัน คนต้นก็ไม่เห็น คนกลางก็ไม่เห็น แม้คนหลังก็ ไม่เห็น ภาษิตของพราหมณ์ผู้จบไตรเพท เหล่านั้น จึงเป็นคำน่าหัวเราะที เดียว เป็นคำต่ำช้า เป็นคำว่าง เป็นคำเปล่า. วาเสฏฐะ เธอจะสำคัญความ ข้อนั้นเป็นไฉน พราหมณ์จบไตรเพทย่อมเห็นพระจันทร์พระอาทิตย์ แม้ชน อื่นเป็นอันมากก็เห็น พระจันทร์และพระอาทิตย์ ขึ้นเมื่อใด ตกเมื่อใด พราหมณ์ทั้งหลาย ย่อมอ้อนวอน ชื่นชมประนมมือ นอบน้อม เดินเวียนรอบ.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ