เล่มที่ 12

ส่วนที่ 206

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 206 อ้างอิง: Book 12, Section 206 ประเภท: section


เนื้อหา

ดูก่อนมาณพ เหมือนสระน้ำบนยอดเขา ใสสะอาด ไม่ขุ่นมัว บุรุษ ผู้มีตาดียืนอยู่บนขอบสระน้ำ จะเห็นหอยโข่งและหอยกาบบ้าง ก้อนกรวด และกระเบื้องบ้าง ฝูงปลาบ้าง กำลังว่ายอยู่ก็มี หยุดอยู่ก็มีในสระนั้น เขา คิดเห็นอย่างนี้ว่า สระน้ำนี้ใสสะอาด ไม่ขุ่นมัว บรรดาหอยโข่งและหอยกาบ ก้อนกรวดและกระเบื้อง ฝูงปลา ต่างกำลังว่ายอยู่บ้าง กำลังหยุดอยู่บ้าง ใน สระน้ำนั้น ดังนี้ ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้นแล ฯลฯ เมื่อจิตตั้งมั่นแล้ว ฯลฯ ถึง ความไม่หวั่นไหว ย่อมน้อมย่อมโน้มจิตไปเพื่ออาสวักขยญาณ ย่อมรู้ชัดตาม ความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับอาสวะ เมื่อเธอรู้อยู่ เห็นอยู่อย่างนี้ จิตก็หลุดพ้นจากกามาสวะ ภวาสวะ อวิชชาสวะ เมื่อจิตหลุด พ้นแล้ว ก็เกิดญาณหยั่งรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่าชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์ อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีก แม้ ข้อนี้ก็เป็นปัญญาของเธอประการหนึ่ง. ดูก่อนมาณพ ปัญญาขันธ์ อันประเสริฐนี้แล ที่พระผู้มี พระภาคเจ้า ได้ตรัสสรรเสริญ ทั้งยังชุมชนให้ยึดมั่น ให้ตั้งอยู่ ให้ดำรงอยู่ ในพระธรรมวินัยนี้ มิได้มีกิจอะไรที่จะพึงกระทำให้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้. สุภมาณพ กราบเรียนว่า ข้าแต่ท่านพระอานนท์ผู้เจริญ น่าอัศจรรย์ นัก น่าพิศวงนัก ปัญญาขันธ์อันประเสริฐนี้ บริบูรณ์แล้ว มิใช่ไม่บริบูรณ์ ข้าแต่ท่านพระอานนท์ผู้เจริญ กระผมไม่เคยเห็นปัญญาขันธ์อันประเสริฐที่ บริบูรณ์แล้วอย่างนี้ในสมณพราหมณ์พวกอื่น ภายนอกพระศาสนานี้เลย และ ไม่มีกิจอะไรอื่นที่จะต้องทำให้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ