เล่มที่ 12
ส่วนที่ 139
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 139 อ้างอิง: Book 12, Section 139 ประเภท: section
เนื้อหา
เมื่อพระองค์รับสั่งแล้วอย่างนี้ โปฏฐปาทปริพาชกได้ทูลว่า กถาที่พวกข้าพระองค์นั่งสนทนากันในขณะที่พระองค์จะเสด็จมาถึงนี้งดเสียเถิด กถานี้จะทรงสดับภายหลังก็ได้ไม่ยาก พระเจ้าข้า. วันก่อน ๆ สมณพราหมณ์ เดียรถีย์ต่าง ๆ นั่งประชุมกันในโกตุหลศาลา ได้พากันเจรจาในอภิสัญญา- นิโรธว่า ท่านผู้เจริญ อภิสัญญานิโรธเป็นไฉน ดังนี้. ในชุมนุมนั้น บาง พวกกล่าวอย่างนี้ว่า สัญญาของคนไม่มีเหตุไม่มีปัจจัย เกิดเอง ดับเอง เกิด ในสมัยใด สัตว์ก็มีสัญญาในสมัยนั้น ดังในสมัยใด สัตว์ก็ไม่มีสัญญาใน สมัยนั้น พวกหนึ่งบัญญัติอภิสัญญานิโรธ ด้วยประการอย่างนี้. เจ้าลัทธิอื่น กล่าวกะเขาว่า ท่านผู้เจริญ ข้อนี้จักเป็นเช่นนั้นก็หามิได้ เพราะว่าสัญญาเป็น อัตตาของคน ก็แลอัตตานั้นมาสู่บ้างไปปราศบ้าง มาสู่ในสมัยใด สัตว์ก็มี สัญญาในสมัยนั้น ไปปราศในสมัยใด สัตว์ก็ไม่มีสัญญาในสมัยนั้น พวก หนึ่งบัญญัติอภิสัญญานิโรธ ด้วยประการอย่างนี้. เจ้าลัทธิอื่นกล่าวกะเขาว่า ท่านผู้เจริญ ก็ข้อนี้จักเป็นเช่นนั้นหามิได้ เพราะว่าสมณพราหมณ์ที่มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก มีอยู่ ท่านเหล่านั้น สวม ใส่บ้าง พรากออกบ้าง ซึ่งสัญญาของคนนี้ สวมใส่ในสมัยใด สัตว์ก็มีสัญญา ในสมัยนั้น พรากออกในสมัยใด สัตว์ก็ไม่มีสัญญาในสมัยนั้น พวกหนึ่ง บัญญัติอภิสัญญานิโรธ ด้วยประการอย่างนี้. เจ้าลัทธิอื่นกล่าวกะเขาว่า ท่าน ผู้เจริญ ก็ข้อนี้จักเป็นเช่นนั้นหามิได้ เพราะว่าทวยเทพที่มีฤทธิ์มาก มี อานุภาพมาก มีอยู่ ทวยเทพเหล่านั้น สวมใส่บ้าง พรากออกบ้าง ซึ่งสัญญา ของคนนี้ สวมใส่ในสมัยใด สัตว์ก็มีสัญญาในสมัยนั้น พรากออกในสมัยใด สัตว์ไม่มีสัญญาในสมัยนั้น พวกหนึ่งบัญญัติอภิสัญญานิโรธ ด้วยประการ อย่างนี้. สติของข้าพระองค์เกิดปรารภพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า น่าเลื่อมใสจริง หนอ พระสุคต ที่ทรงฉลาดในธรรมเหล่านี้เป็นอย่างดี พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเป็นผู้ฉลาด ทรงรู้ช่ำชองซึ่งอภิสัญญานิโรธ ก็อภิสัญญานิโรธเป็นไฉน พระเจ้าข้า.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ