เล่มที่ 12

ส่วนที่ 137

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 137 อ้างอิง: Book 12, Section 137 ประเภท: section


เนื้อหา

บทว่า อปิ เมตฺถ ความว่า แต่ว่าเรารู้ (ความต่างแห่งบุคคล) ใน ข้อนี้. บทว่า ปุคฺคลเวมตฺตตา วิทิตา ความว่า เรารู้ความแตกต่างแห่ง บุคคล. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรู้ว่าบุคคลนี้ ควรอยู่ปริวาส นี้ไม่ควรอยู่ ปริวาส จึงทรงแสดงว่า ข้อนี้ปรากฏแก่เรา. ลำดับนั้น กัสสปะคิดว่า โอหนอ พระพุทธศาสนาเป็นของอัศจรรย์ที่บุคคลทั้งหลาย ประกาศแล้วกระพือแล้ว อย่างนี้ ย่อมถือเอาสิ่งที่ควรเท่านั้น ละทิ้งสิ่งที่ไม่ควร มีความอุตสาหะเกิด ขึ้นพร้อมในบรรพชาดียิ่งกว่านั้น จึงทูลว่า สเจ ภนฺเต ดังนี้เป็นต้น. ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงรู้ความที่กัสสปะนั้นเป็นผู้มีฉันทะ แรงกล้าว่า กัสสปะไม่ควรอยู่ปริวาส จึงตรัสเรียกภิกษุรูปอื่นมาว่า ดูก่อนภิกษุ เธอจงไป พากัสสปะนั้นอาบน้ำแล้วให้บรรพชานำมา. ภิกษุนั้นได้กระทำตาม พระดำรัสอย่างนั้นแล้วให้กัสสปะบวชแล้ว พากันไปสู่สำนักของพระผู้มีพระ- ภาคเจ้า. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงให้กัสสปะนั้นนั่งในท่ามกลางคณะแล้วทรงให้ อุปสมบท. ด้วยเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า อเจลกัสสปะได้บรรพชา ได้อุปสมบท ในสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้า. บทว่า อจิรูปสมฺปนฺโน ความว่า เป็นผู้อุปสมบทแล้วไม่นาน. บท ว่า วูปกฏฺโ€ ความว่าเป็นผู้มีกายและจิตสงบจากวัตถุกาม และกิเลสกาม ทั้งหลาย. บทว่า อปฺปมตฺโต ความว่าไม่ละสติในกรรมฐาน. บทว่า อาตาปี ความว่า มีความเพียรด้วยวิริยะ กล่าวคือ ความเพียรทางกายและทางใจ. บทว่า ปหิตตฺโต ความว่า มีจิตส่งแล้ว คือมีอัตตภาพสละแล้วเพราะความ เป็นผู้ไม่มีความเยื่อใยในกายและชีวิต. บทว่า ยสฺสตฺถาย ความว่า เพื่อ ผลอันใด. บทว่า กุลปุตฺตา ได้แก่ กุลบุตรผู้มีมรรยาท. บทว่า สมฺมเทว ความว่าด้วยเหตุเทียว ด้วยการณ์เทียว. บทว่า ตทนุตฺตรํ ความ ว่า ประโยชน์อันยอดเยี่ยมนั้น. บทว่า พฺพหฺมจริยปริโยสานํ ความว่า พระอรหัตตผลอันเป็นที่สุดรอบแห่งมรรคพรหมจรรย์. ก็กุลบุตรทั้งหลาย ย่อมบวชเพื่อผลอันนั้น. บทว่า ทิฏฺเ€ว ธมฺเม ความว่า ในอัตตภาพนี้เทียว. บทว่า สยํ อภิญฺา สจฺฉิกตฺวา ความว่า กระทำให้ประจักษ์ด้วยปัญญาด้วย ตนเอง คือรู้โดยไม่มีคนอื่นเป็นปัจจัย. บทว่า อุปสมฺปชฺช วิหรติ ความ ว่า บรรลุแล้ว ให้ถึงพร้อมแล้วอยู่. พระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อทรงแสดงภูมิ แห่งปัจจเวกขณะของกัสสปะนั้นอย่างนี้ว่า ภิกษุเมื่อเป็นอยู่อย่างนี้ ย่อมรู้ แจ้งว่า ชาติสิ้นแล้ว ฯลฯ ยังเทศนาให้จบลงด้วยยอดธรรม คือ พระอรหัต จึงตรัสว่า ก็ท่านกัสสปะเป็นพระอรหันต์รูปหนึ่งในจำนวนพระอรหันต์ทั้งหลาย ดังนี้. ในบทเหล่านั้น บทว่า อญฺตโร ความว่า รูปหนึ่ง. บทว่า อรหตํ ความว่า แห่งพระอรหันต์ทั้งหลาย. ในบทนั้นมีอธิบายอย่างนี้ว่า เป็นพระ อรหันต์รูปหนึ่งในจำนวนพระอรหันตสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า. ก็บท ใด ๆ ไม่ได้กล่าวไว้ตามลำดับ บทนั้น ๆ ปรากฏแล้วเทียวเพราะได้กล่าว แล้วในที่นั้น ๆ ดังนี้แล.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ