เล่มที่ 12
ส่วนที่ 119
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 119 อ้างอิง: Book 12, Section 119 ประเภท: section
เนื้อหา
ผู้รู้พึงติเตียนว่า ใคร ๆ แม้ไม่ประมาท ก็ไม่มาหรือ. คำนี้ ท่านกล่าวไว้ว่า เหตุที่ควรติเตียนในเพราะวาทะของท่านไม่มีหรือ. คำว่า ไม่ต้องการกล่าวตู่ คือ ไม่ต้องการกล่าวด้วยคำไม่เป็นจริง. ในคำว่า ผู้มีตปะ มีการเลี้ยงชีพเศร้าหมองบางคน เป็นต้น พึงทราบ ดังนี้ คนในโลกบางคนมีตปะ เพราะอาศัยตปะมีการบวชเป็นอเจลกเป็นต้น คิดว่า เราจักเลี้ยงชีวิตด้วยของเศร้าหมอง จึงยังตนให้ลำบากด้วยประการ ต่าง ๆ มีกินหญ้าและขี้วัวเป็นต้น และไม่ได้การดำเนินชีวิตด้วยความสุข เพราะมีบุญน้อย. เขาบำเพ็ญทุจริต ๓ แล้วเกิดในนรก. อีกคนหนึ่ง อาศัย ตปะเช่นนั้นเป็นผู้มีบุญ ย่อมได้ลาภสักการะ. เขาเข้าใจว่า บัดนี้ คนเช่นเรา ไม่มีแล้ว ยกย่องตนไว้อยู่ในฐานะสูงคิดว่า จักยังลาภให้เกิดยิ่ง ๆ ขึ้น และ บำเพ็ญทุจริต ๓ ด้วยอำนาจแห่งอเนสนา แล้วจะเกิดในนรก นัยต้นกล่าว หมายถึงบรรพชิตทั้งสองนี้. อีกคนหนึ่ง เลี้ยงชีพเศร้าหมอง แม้อาศัยตปะ เป็นผู้มีบุญน้อย ย่อม ไม่ได้การดำเนินชีวิตด้วยความสุข. เขาคิดว่า ความเป็นอยู่สบาย ย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่เรา เพราะไม่ได้ทำบุญไว้ในก่อน เอาละ บัดนี้ เราจะทำบุญ ดังนี้แล้วบำเพ็ญสุจริต ๓ จะเกิดในสวรรค์. อีกคนหนึ่ง เลี้ยงชีพเศร้าหมอง เป็นผู้มีบุญ ย่อมได้การดำเนินชีวิต ด้วยความสุข เขาคิดว่า ความเป็นอยู่สบายย่อมเกิดแก่เรา เพราะเป็นผู้ทำ บุญไว้ในก่อน ละอเนสนาแล้ว บำเพ็ญสุจริต ๓ จะเกิดในสวรรค์. นัยที่ ๒ กล่าวหมายถึงบรรพชิตทั้งสองนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ