เล่มที่ 12

ส่วนที่ 25

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 25 อ้างอิง: Book 12, Section 25 ประเภท: section


เนื้อหา

บุคคลชื่อว่า เป็นผู้มีศีล เพราะปาริสุทธิศีล ๔ ก็ศีลนั้นเป็นของ ประเสริฐ คือสูงสุด ได้แก่ เป็นศีลบริสุทธิ์ เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า มีศีลอันประเสริฐ. ศีลนั้นนั่นเองเป็นกุศล เพราะอรรถว่า ไม่มีโทษ. เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่ามีศีลเป็นกุศล. คำว่า ด้วยศีลอันเป็นกุศลนี้ เป็นไวพจน์ของคำว่า มีศีลเป็นกุศลนั้น. บทว่า เป็นอาจารย์ และปาจารย์ ของคนเป็นอันมาก ความว่า ในการแสดงธรรมครั้งหนึ่ง ๆ ของพระผู้มีพระภาคเจ้า สัตว์มีประมาณ ๘๔,๐๐๐ และเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายหาประมาณมิได้ ย่อมได้ดื่มน้ำอมฤต คือ มรรคและผล เพราะฉะนั้น พระองค์จึงจัดว่าเป็นอาจารย์ของคนเป็นอัน มาก และเป็นปาจารย์ของสาวกผู้เป็นเวไนย. ในบทว่า มีกามราคะสิ้นแล้วนี้ ความว่า กิเลสแม้ทั้งปวงของ พระผู้มีพระภาคเจ้าสิ้นไปแล้วโดยแท้. แต่พราหมณ์ไม่รู้กิเลสเหล่านั้น จึง กล่าวคุณไปในฐานะแห่งความรู้ของตนนั่นแหละ. บทว่า เลิกประดับตก- แต่งแล้ว คือเว้นจากการประดับตกแต่งที่ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ว่า การตก- แต่งบาตร การตกแต่งจีวร การตกแต่งเสนาสนะ การเล่นสนุกสนานแห่ง ร่างกายอันเน่านี้. บทว่า ไม่ทรงมุ่งร้าย คือ แสดงความเคารพธรรมที่ไม่เป็นบาปคือ โลกุตรธรรม ๙ ประการ เที่ยวไป. บทว่า ต่อประชาชนที่เป็นพราหมณ์ คือ ต่อคนที่เป็นพราหมณ์ต่าง ๆ กันเป็นต้นว่า พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ และพระมหากัสสปะ และพระองค์เป็นผู้แสดงความนับถือประชาชนนั้น. อธิบายว่า ก็ประชาชนนี้กระทำพระสมณโคดมไว้เบื้องหน้าเที่ยวไป. อีก ประการหนึ่ง บทว่า ไม่ทรงมุ่งร้าย ความว่า ไม่ทรงกระทำบาปไว้เบื้องหน้า เที่ยวไป คือ ไม่ปรารถนาลามก. อธิบายว่า ไม่ทรงมุ่งร้ายต่อประชาชนที่ เป็นพราหมณ์นั้น คือต่อประชาชนที่เป็นพราหมณ์ แม้จะเป็นปฎิปักษ์กับตน คือเป็นผู้หวังประโยชน์สุขแต่อย่างเดียว.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ