ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค

บทว่า คอยต้อนรับอยู่ คือรออยู่ ใจความว่า หวังการมาของเขา คอย...

หมวด: สุตตันตปิฎก ฝ่าย: ทีฆนิกาย ลำดับ: 550 อ้างอิง: DN 550 ประเภท: teaching


เนื้อหา

บทว่า คอยต้อนรับอยู่ คือรออยู่ ใจความว่า หวังการมาของเขา คอยมองดูอยู่. บทว่า การสนทนาปราศรัย คือการพูดและการเจรจากัน ใจความว่า การกล่าวและการกล่าวตอบ. บทว่า อโห วต นี้เป็นคำติเตียน. คำว่า เร นี้ เป็นคำร้องเรียกด้วย อำนาจเย้ยหยัน. พราหมณ์โปกขรสาติเกลียดอัมพัฏฐะ นั่นแหละ จึงได้ กล่าวว่า เจ้าบัณฑิต แม้ใน ๒ บทที่เหลือก็มีนัยอย่างเดียวกันนี้. พราหมณ์โปกขรสาติ หมายเอาเนื้อความนี้ว่า คนพึงไปสู่นรกได้ เพราะ เมื่อมีผู้ประพฤติประโยชน์คือ ผู้กระทำประโยชน์อยู่ เป็นเช่นเดียวกับท่าน ไม่พึงไปได้เพราะเหตุอื่น ดังนี้ จึงได้กล่าวบทนี้ว่า ผู้เจริญ ได้ยินว่า คนพึงไปสู่นรกได้เพราะคนผู้ประพฤติประโยชน์เห็นปานนั้น. บทว่า เสียดสี คือพูดกระทบกระเทียบ. บทว่า นำแม้พวกเราเข้าไปเปรียบเทียบ อย่างนี้ ๆ ความว่า พระโคดม ตรัสว่า ดูก่อนอัมพัฏ€ะ พราหมณ์โปกขร- สาติ ดังนี้เป็นต้น ทรงนำพวกเราเข้าไปเปรียบเทียบอย่างนี้ ๆ ทรงเปิด เผยเหตุอันปกปิดออกแล้ว ยกเอาความเป็นศูทรและทาสเป็นต้นขึ้นมาตรัส. อธิบายว่า พวกเราก็ถูกท่านให้ด่าด้วย. บทว่า ปัดด้วยเท้า คือเอาเท้าปัด ให้ อัมพัฏ€ะ ล้มลงไปแล้ว. ก็ในกาลก่อน อัมพัฏ€ะ ขึ้นรถไปกับอาจารย์ เป็นสารถีขับไปสู่ที่ใด อาจารย์แย่งเอาที่นั้นของเขาไปเสีย ได้ให้เขาเดินไป ด้วยเท้าข้างหน้ารถ. บทว่า ล่วงเลยเวลาวิกาลแล้ว คือเป็นเวลาวิกาล มากแล้ว ได้แก่ไม่มีเวลาที่จะกล่าวสัมโมทนียกถากันแล้ว.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ