ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มีกากสีดำอันเลือกทิ้งไป คือ มีกาก สีด...
หมวด: สุตตันตปิฎก ฝ่าย: ทีฆนิกาย ลำดับ: 547 อ้างอิง: DN 547 ประเภท: teaching
เนื้อหา
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มีกากสีดำอันเลือกทิ้งไป คือ มีกาก สีดำอันเลือกแล้ว นำออกทิ้งไป. บทว่า มีสีข้างอันอ่อนโน้มลงด้วยผ้า โพก คือ มีซี่โครง ( เรือนร่าง ) อันอ่อนช้อยด้วยผ้าโพกมีแผ่นผ้าและ ช้องผมผ้าเป็นต้น. บทว่า มีหางอันตัดแต่งแล้ว คือ มีหางอันตัดแล้ว ใน ที่ควรตัดแต่ง เพื่อทำให้ดูสวยงาม. อนึ่ง ในคำนี้ แม้รถทั้งหลายท่านก็เรียก ว่า รถติดหางลาที่ตัดแล้ว เพราะเหตุที่รถทั้งหลายตัดหางลานั่นเองเทียม ด้วยลา. บทว่า มีคูล้อมรอบ คือ ขุดคูไว้รอบ. บทว่า มีลิ่มอันลงไว้ คือ มีลิ่มอันสลักไว้. การกระทำการโบกปูนไว้เบื้องล่างของกำแพงเมือง โดยรอบ เพื่อป้องกันมิให้พวกศัตรูปีนป่ายขึ้นมาได้ ท่านเรียกว่า กำแพง ในคำว่า กำแพงเมือง แต่เมืองทั้งหลายที่ประกอบด้วยกำแพงเหล่านี้ ท่านประสงค์เอาว่าเป็นกำแพงเมืองในที่นี้. บทว่า ให้รักษา คือพวกเขา แม้จะอยู่ในเมืองเช่นนั้นก็ยังให้คนรักษาตน. บทว่า ความกังขา คือความสงสัยอย่างนี้ว่า เป็นพระสัพพัญญู หรือมิใช่พระสัพพัญญู. คำว่า วิมติ ก็เป็นไวพจน์ของคำนั้นนั่นเอง. ความ คิดเห็นที่ผิดแปลกไป. อธิบายว่า ไม่สามารถที่จะวินิจฉัยได้. พระผู้มีพระ ภาคเจ้า ตรัสพระดำรัสนี้ว่า ความปรากฏขึ้นแห่งมรรค ไม่มีแก่ อัมพัฏฐะ โดยอัตภาพนี้ วันก็จะล่วงไปเปล่าอย่างเดียว ก็ อัมพัฏฐะ นี้แลมาเพื่อ แสวงหาลักษณะ แม้กิจนั้นก็ยังระลึกไม่ได้ เอาเถอะ เพื่อจะให้เกิดสติ เราจะให้นัยแก่เขา. ก็ พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นตรัสอย่างนี้แล้ว จึงเสด็จ ลุกขึ้นจากอาสนะ เสด็จไปภายนอก เพราะเหตุว่า เมื่อพระพุทธเจ้า ทั้งหลายประทับนั่งอยู่ก็ดี บรรทมอยู่ก็ดี ใคร ๆ มิสามารถที่จะแสวงหา ลักษณะได้ แต่เมื่อพระองค์ประทับยืนก็ดี เสด็จจงกรมอยู่ก็ดี เขาสามารถ ธรรมดาว่าพระพุทธเจ้าทรงทราบว่า เขามาเพื่อแสวงหาดูลักษณะแล้ว เสด็จลุกขึ้นจากอาสนะทรงอธิฐานจงกรม ข้อนี้เป็นอาจิณปฏิบัติของ พระพุทธเจ้าทั้งหลาย เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ครั้งนั้นแล พระผู้มี พระภาคเจ้า เป็นต้น.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ