ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค

บทว่า กุปิโต แปลว่า โกรธแล้ว

หมวด: สุตตันตปิฎก ฝ่าย: ทีฆนิกาย ลำดับ: 520 อ้างอิง: DN 520 ประเภท: teaching


เนื้อหา

บทว่า กุปิโต แปลว่า โกรธแล้ว. บทว่า อนตฺตมโน แปลว่า มีใจมิใช่ของตน (เสียใจ). มีคำถามว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงทราบ ว่าเขาโกรธหรือไม่ทรงทราบหนอ จึงได้ตรัสอย่างนั้น. ตอบว่า ทรงทราบ. เพราะเหตุไร. ทรงทราบแล้วจึงตรัส. เพื่อต้องการจะถอนเสียซึ่งมานะ. ความจริง พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ทรงทราบแล้วว่า มาณพนี้เมื่อเรา กล่าวอย่างนี้ จักโกรธ แล้วด่าพวกญาติของเรา ทีนั้นเราจักยกเอาโคตร กับโคตร ตระกูลและประเทศกับตระกูลและประเทศขึ้นพูด ตัดธงคือ มานะที่เขายกขึ้นแล้วของเขา ราวกะว่าเทียบได้กับภวัคคพรหม ตรงที่โคน รากแล้วทำให้เหือดหายไป เปรียบดังหมอผู้ฉลาดชำระล้างสิ่งที่เป็นโทษ แล้วนำออกทิ้งไปเสียฉะนั้น. บทว่า ด่า ว่า คือกล่าวเสียดสี. บทว่า เพิดเพ้ย คือเหยียดหยาม. บทว่า ปาปิโต ภวิสฺสติ คือจักเป็นผู้ให้ถึงโทษมีความเป็นผู้ดุร้าย เป็นต้น. บทว่า ดุร้าย คือประกอบด้วยความโกรธที่อาศัยมานะเกิดขึ้น. บทว่า หยาบคาย คือกล้าแข็ง. บทว่า ผลุนผลัน คือใจเบา. พวกเขา ย่อมยินดีบ้าง ยินร้ายบ้าง กับสิ่งเล็กน้อย คือเลื่อนลอยไปตามอารมณ์ เรื่องเล็กน้อยเหมือนกะโหลกน้ำเต้าล่องลอยไปบนหลังน้ำฉะนั้น. บทว่า ปากมาก คือมักชอบพูดมาก ท่านกล่าวโดยมีประสงค์ว่า สำหรับพวก ศากยะ เมื่ออ้าปากแล้ว คนอื่นก็ไม่มีโอกาสที่จะพูดเลย. คำว่า สมานา นี้เป็นไวพจน์ของบทแรกคือ สนฺตา (แปลว่า เป็น). บทว่า ไม่สักการะ คือไม่กระทำด้วยอาการที่ดีแก่พวกพราหมณ์. บทว่า ไม่เคารพ คือ ไม่กระทำความเคารพในเหล่าพราหมณ์. บทว่า ไม่นับถือ คือไม่รักใคร่ ด้วยใจ. บทว่า ไม่บูชา คือไม่กระทำการบูชาแก่พวกพราหมณ์ด้วย พวงดอกไม้เป็นต้น. บทว่า ไม่ยำเกรง คือไม่แสดงการกระทำความนอบ- น้อม คือความประพฤติถ่อมตนด้วยการกราบไหว้เป็นต้น. บทว่า ตยิทํ ตัดบทเป็น ตํ อิทํ ( แปลว่า นี้นั้น). บทว่า ยทิเม สากฺยา มีใจความว่า พวกศากยะเหล่านี้ไม่สักการะพวกพราหมณ์ ฯ ล ฯ ไม่ยำเกรงพวกพราหมณ์ การไม่กระทำสักการะเป็นต้น ของพวกศากยะเหล่านั้นทุกอย่าง ไม่สมควร คือไม่เหมาะสมเลย.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ