ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ด็จอุบัติในโลกนี้ เป็นพระ อรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ ฯ ล ฯ ( พ...
หมวด: สุตตันตปิฎก ฝ่าย: ทีฆนิกาย ลำดับ: 482 อ้างอิง: DN 482 ประเภท: sutta
เนื้อหา
(๑๖๓) ข้าแต่ พระโคดม ผู้เจริญ จรณะนั้นเป็นไฉน วิชชานั้น เป็นไฉนเล่า. ดูก่อน อัมพัฏฐะ พระตถาคตเสด็จอุบัติในโลกนี้ เป็นพระ อรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ ฯ ล ฯ ( พึงดูพิสดารในสามัญญผลสูตร) ฯ ล ฯ ดูก่อน อัมพัฏฐะ ภิกษุเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีลอย่างนี้แล ฯ ล ฯ เข้าถึงฌานที่ ๑ อยู่ แม้นี้เป็นจรณะของภิกษุนั้น ฯ ล ฯ เพราะระงับ วิตกวิจารเสียได้ เข้าถึงฌานที่ ๒ ฌานที่ ๓ ฌานที่ ๔ อยู่. แม้นี้เป็น จรณะของภิกษุนั้น. ดูก่อน อัมพัฏฐะ แม้นี้แลคือจรณะ เธอย่อมนำไป อย่างยิ่ง น้อมไปอย่างยิ่งซึ่งจิต เพื่อญาณทัสสนะ. แม้นี้เป็นวิชชาของภิกษุ นั้น ฯลฯ เธอย่อมรู้ชัดว่า อย่างอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกไม่มี. แม้นี้เป็น วิชชาของภิกษุนั้น. ดูก่อน อัมพัฏฐะ นี้แลคือวิชชา ดูก่อน อัมพัฏฐะ ภิกษุนี้ เรียกว่า ผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาบ้าง ผู้ถึงพร้อมด้วยจรณะบ้าง ผู้ถึงพร้อม ด้วยวิชชาและจรณะบ้าง. ดูก่อน อัมพัฏฐะ ก็วิชชาสมบัติ จรณสมบัติ เหล่าอื่นที่ดียิ่งกว่า หรือประณีตกว่า วิชชาสมบัติ จรณสมบัตินี้ไม่มี. ดูก่อน อัมพัฏฐะ วิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยม นี้แล มีทางเสื่อมอยู่ ๔ ประการ. ๔ ประการเป็นไฉน. ๑. ดูก่อน อัมพัฏฐะ สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ เมื่อ ไม่บรรลุวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยมนี้ หาบบริขาร ดาบสเข้าไปสู่ราวป่าด้วยตั้งใจว่า จักบริโภคผลไม้ที่หล่น. สมณพราหมณ์ นั้นต้องเป็นคนบำเรอท่านที่ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะโดยแท้ นี้เป็น ทางเสื่อมข้อที่ ๑.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ