ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ท่านกล่าวว่า ธมฺมิกํ หมายถึงการคุ้มครองเป็นธรรมที่กล่าวแล้ว ...
หมวด: สุตตันตปิฎก ฝ่าย: ทีฆนิกาย ลำดับ: 362 อ้างอิง: DN 362 ประเภท: teaching
เนื้อหา
ท่านกล่าวว่า ธมฺมิกํ หมายถึงการคุ้มครองเป็นธรรมที่กล่าวแล้ว นั้น. บทว่า ยทิ เอวํ สนฺเต ความว่า ถ้าเมื่อทาสของพระองค์ได้รับ ปฏิสันถารมีอภิวาทเป็นต้นจากสำนักของพระองค์เช่นนั้น. คำว่า อทฺธา เป็นคำจำกัดความลงไปส่วนเดียว. บทว่า ปมํ ความว่า เมื่อกล่าวถึงที่ ๑ ย่อมแสดงว่ายังมีที่อื่นๆ ต่อไป. ด้วยบทว่า ปมํ นั่นแหละ พระราชาจึงทูลว่า สกฺกา ปน ภนฺเต อญฺํปิ ดังนี้เป็นต้น. ชื่อว่า ชาวนา ด้วยอรรถว่า ไถนา. ชื่อว่า คฤหบดี ด้วยอรรถว่า เป็นใหญ่เฉพาะเรือน คือเป็นหัว หน้าเพียงในเรือนหลังเดียว. ชื่อว่า ผู้เสียค่าอากร ด้วยอรรถว่า กระทำค่าอากร กล่าวคือพลีให้. ชื่อว่า ผู้เพิ่มพูนพระราชทรัพย์ ด้วยอรรถว่า เพิ่มพูนกองข้าวเปลือก และกองทรัพย์. บทว่า อปฺปํ วา ได้แก่น้อย โดยที่สุดแม้เพียงข้าวสารทะนานหนึ่ง. บทว่า โภคกฺขนฺธํ ได้แก่กองโภคะ. เพื่อแสดงว่า ก็การที่จะละโภคะมากไปบวช ทำได้ยาก ฉันใด โภคะแม้น้อยก็ละไปบวชได้ยาก ฉันนั้น ท่านจึงกล่าวไว้เสียทั้ง ๒ อย่าง. ก็จะวินิจฉัยในวาระแห่งทาส : เพราะเหตุที่ทาสไม่เป็นอิสระแม้แก่ คน จะป่วยกล่าวไปไยถึงโภคะทั้งหลาย ก็ทรัพย์ใดของทาสนั้น ทรัพย์ นั้นก็เป็นของนายนั่นเอง ฉะนั้น จึงมิได้ถือว่าเป็นโภคะ.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ