ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค

บทว่า กาโปตกานิ ได้แก่เท้าเตียงสีเหมือนนกพิราบ

หมวด: สุตตันตปิฎก ฝ่าย: ทีฆนิกาย ลำดับ: 356 อ้างอิง: DN 356 ประเภท: teaching


เนื้อหา

บทว่า กาโปตกานิ ได้แก่เท้าเตียงสีเหมือนนกพิราบ. อธิบายว่า มีสีเหมือนปีกนกพิราบ. บทว่า ภสฺสนฺตา ได้แก่มีเถ้าเป็นที่สุด. อีกอย่างหนึ่ง บาลีก็อย่างนี้เหมือนกัน. บทว่า หุติโย ได้แก่ทานที่บุคคลให้แล้ว ต่างโดยของต้อนรับ แขก เป็นต้นอันใด ทานนั้นทั้งหมดย่อมมีเถ้าเป็นที่สุดเท่านั้น ไม่ให้ผล เกินไปกว่านั้น. บทว่า ทตฺตุปญฺตฺตํ ได้แก่ทานอันคนเซอะ คือมนุษย์โง่ ๆ บัญญัติไว้. อธิบายว่า ทานนี้อันคนโง่คือคนไม่มีความรู้บัญญัติไว้ มิใช่ บัณฑิตบัญญัติ ครูอชิตเกสกัมพล แสดงว่า คนโง่ให้ทาน คนฉลาดรับ ทาน. บรรดาครูทั้ง ๖ นั้น ปูรณะ ชี้แจงว่า เมื่อทำบาปก็ไม่เป็นอันทำ ชื่อว่า ย่อมปฏิเสธกรรม. อชิตะ ชี้แจงว่า เพราะกายแตก สัตว์ย่อมขาดสูญ ชื่อว่า ปฏิเสธ วิบาก. มักขลิ ชี้แจงว่า ไม่มีเหตุ ชื่อว่า ปฏิเสธทั้งกรรมและวิบากทั้ง ๒. ในข้อนั้น แม้เมื่อปฏิเสธกรรม ก็ชื่อว่าปฏิเสธวิบากด้วย. แม้เมื่อ ปฏิเสธวิบาก ก็ชื่อว่าปฏิเสธกรรมด้วย. ดังนั้นเจ้าลัทธิแม้ทั้งหมดนั้น ว่า โดยอรรถ ก็คือปฏิเสธทั้งกรรมและวิบากของกรรมทั้ง ๒ ย่อมเป็น อเหตุกวาทะด้วย เป็นอกิริยวาทะด้วย เป็นนัตถิกวาทะด้วย. ก็บุคคลเหล่าใดถือลัทธิของเจ้าลัทธิเหล่านั้น นั่งสาธยายพิจารณา ในที่พักกลางคืนในที่พักกลางวัน บุคคลเหล่านั้นย่อมมีมิจฉาสติจดจ่ออยู่ ในอารมณ์นั้นว่า ทำบาปไม่เป็นอันทำ เหตุไม่มี ปัจจัยไม่มี สัตว์ตาย แล้วขาดสูญ ดังนี้ ย่อมมีจิตแน่วแน่ ชวนะทั้งหลายย่อมแล่นไป ในปฐม- ชวนะ ยังพอเยียวยาได้. ในชวนะที่ ๒ เป็นต้นก็เช่นกัน. ครั้นแน่วแน่ ในชวนะที่ ๗ แม้พระพุทธเจ้าทั้งหลายก็ทรงเยียวยาไม่ได้ มีอันไม่กลับ เป็นธรรมดา เช่น สามเณรอริฏฐะ และ ภิกษุกัณฏกะ.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ