ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
อนึ่ง คนพวกที่ชื่อว่า สัสสตวาทะ มี ๔ คนพวกที่ชื่อว่า เอกัจจส...
หมวด: สุตตันตปิฎก ฝ่าย: ทีฆนิกาย ลำดับ: 220 อ้างอิง: DN 220 ประเภท: teaching
เนื้อหา
อนึ่ง คนพวกที่ชื่อว่า สัสสตวาทะ มี ๔ คนพวกที่ชื่อว่า เอกัจจสัสสตวาทะ มี ๔ คนพวกที่ชื่อว่า อันตาอันติกะ มี ๔ คนพวกที่ชื่อว่า อมราวิกเขปะ มี ๔ คนพวกที่ชื่อว่า อธิจจสมุปปันนิกะ มี ๒ คนพวกที่ชื่อว่า สัญญีวาทะ มี ๑๖ คนพวกที่ชื่อว่า อสัญญีวาทะ มี ๘ คนพวกที่ชื่อว่า เนวสัญญีนาสัญญีวาทะ มี ๘ คนพวกที่ชื่อว่า อุจเฉทวาทะ มี ๗ คนพวกที่ชื่อว่า ทิฏฐธัมมนิพพานวาทะ มี ๕ คนเหล่านั้นอาศัยทิฏฐินี้แล้ว ยึดถือทิฏฐินี้ ฉะนั้น จึงรวมเป็น ทิฏฐิ ๖๒ คนเหล่าอื่นไม่มีปรีชาสามารถที่จะกล่าวทำลายทิฏฐิเหล่านั้น สะสางไม่ให้รกได้ นี้มิใช่วิสัยของผู้อื่น เป็นวิสัยของพระตถาคตเท่านั้น ดังนั้น พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงรู้ถึงฐานะข้อที่เป็นลัทธิอื่น ดังนี้แล้ว ทรงบันลือจึงเป็นการยิ่งใหญ่ จัดเข้าเป็นพระปรีชาญาณย่อมติดตามมา ความที่พระพุทธญาณยิ่งใหญ่ก็ปรากฏ เทศนาย่อมลึกซึ้ง ตรึงตราไว้ด้วย ลักษณะ ๓ ประกอบด้วยสุญญตา ดังนี้แล. แต่ในที่นี้ ได้ฐานะคือลัทธิอื่น ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็น ธรรมราชา เมื่อทรงติดตามฐานะคือลัทธิอื่น เพื่อทรงแสดงความที่พระ สัพพัญญุตญาณยิ่งใหญ่ และเพื่อทรงประกอบสุญญตาด้วยพระธรรมเทศนา จึงทรงเริ่มคำถามและตอบอย่างนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มีสมณพราหมณ์ พวกหนึ่ง ดังนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ