ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค

ลำดับนั้นแล พวกภิกษุชั้นพระเถระได้ดำริกันว่า เราควรสังคายนา ...

หมวด: สุตตันตปิฎก ฝ่าย: ทีฆนิกาย ลำดับ: 71 อ้างอิง: DN 71 ประเภท: teaching


เนื้อหา

ลำดับนั้นแล พวกภิกษุชั้นพระเถระได้ดำริกันว่า เราควรสังคายนา พระธรรมและพระวินัยกันที่ไหน. ลำดับนั้น พวกภิกษุชั้นพระเถระได้ ดำริกันว่า กรุงราชคฤห์ มีอาหารบิณฑบาตมาก มีเสนาสนะเพียงพอ อย่ากระนั้นเลย เราพึงอยู่จำพรรษาสังคายนาพระธรรมและพระวินัยใน กรุงราชคฤห์ เถิด ภิกษุเหล่าอื่นไม่พึงเข้าจำพรรษาใน กรุงราชคฤห์. ก็ เพราะเหตุไร พระเถระเหล่านั้นจึงมีความดำริดังนี้ ? เพราะพระเถระ เหล่านั้นมีความดำริตรงกันว่า การสังคายนาพระธรรมวินัยนี้เป็นถาวร- กรรมของเรา บุคคลฝ่ายตรงข้ามบางคนจะพึงเข้าไปยังท่ามกลางสงฆ์แล้ว รื้อฟื้นขึ้นได้. ลำดับนั้น ท่าน พระมหากัสสปะ ได้ประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติ- ทุติยกรรมวาจาว่า ดูก่อนผู้มีอายุทั้งหลาย ขอสงฆ์จงพึงข้าพเจ้า ถ้าความ พร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงสมมติภิกษุ ๕๐๐ รูปเหล่านี้ เป็นผู้ อยู่จำพรรษาใน กรุงราชคฤห์ เพื่อสังคายนาพระธรรมและพระวินัย ภิกษุ อื่น ๆ ไม่พึงจำพรรษาใน กรุงราชคฤห์ ดังนี้ นี้เป็นญัตติ ดูก่อนท่านผู้มี อายุทั้งหลาย ขอสงฆ์จงพึงข้าพเจ้า สงฆ์สมมติภิกษุ ๕๐๐ รูปเหล่านี้ว่า ภิกษุ ๕๐๐ รูปเหล่านี้เป็นผู้อยู่จำพรรษาใน กรุงราชคฤห์ เพื่อสังคายนา พระธรรมและพระวินัย ภิกษุอื่น ๆ ไม่พึงจำพรรษาใน กรุงราชคฤห์ ดังนี้ การสมมติภิกษุ ๕๐๐ รูปเหล่านี้ว่า ภิกษุ ๕๐๐ รูปเหล่านี้ เป็นผู้อยู่ จำพรรษาใน กรุงราชคฤห์ เพื่อสังคายนาพระธรรมและพระวินัย ภิกษุ อื่น ๆ ไม่พึงอยู่จำพรรษาใน กรุงราชคฤห์ ดังนี้ ชอบแก่ท่านผู้ใด ขอท่าน ผู้นั้นพึงนิ่งอยู่ ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ขอท่านผู้นั้นพึงพูด ภิกษุ ๕๐๐ รูป เหล่านี้สงฆ์สมมติแล้วว่าเป็นผู้อยู่จำพรรษาในกรุงราชคฤห์ เพื่อสังคายนา พระธรรมและพระวินัย ภิกษุอื่น ๆ ไม่พึงอยู่จำพรรษาในกรุงราชคฤห์ ดังนี้ การสมมตินี้สมควรแก่สงฆ์ ฉะนั้นสงฆ์จึงนิ่งอยู่ ข้าพเจ้าทรงความ ไว้ด้วยอย่างนี้.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ