พระวินัยปิฎก ปริวาร
เรื่องที่เห็นสมด้วยเรื่องที่ เห็น เรื่องที่เห็นเทียบกันได้กั...
หมวด: วินัยปิฎก ฝ่าย: ปริวาร ลำดับ: 496 อ้างอิง: Prv. 496 ประเภท: explanation
เนื้อหา
[๑,๐๗๔] เรื่องที่เห็นสมด้วยเรื่องที่ เห็น เรื่องที่เห็นเทียบกันได้กับเรื่องที่เห็น แต่บุคคลนั้นไม่ยอมรับ เพราะอาศัยการเห็น บุคคลนั้น ถูกรังเกียจโดยไม่มีมูล พึงปรับ อาบัติตามปฏิญญา พึงทำอุโบสถกับบุคคล นั้น เรื่องที่ได้ยินได้ฟังสมด้วยเรื่องที่ได้ยิน ได้ฟัง เรื่องที่ได้ยินได้ฟังเทียบกันได้กับ เรื่องที่ได้ยินได้ฟัง แต่บุคคลนั้นไม่ยอมรับ เพราะอาศัยการได้ยินได้ฟัง บุคคลนั้นถูก รังเกียจโดยไม่มีมูล พึงปรับอาบัติตามปฏิญ- ญา พึงทำอุโบสถกับบุคคลนั้น เรื่องที่ได้ ทราบสมด้วยเรื่องที่ได้ทราบ เรื่องที่ได้ทราบ เทียบกันได้กับเรื่องที่ได้ทราบ แต่บุคคลนั้น ไม่ยอมรับเพราะอาศัยการได้ทราบ บุคคล นั้นถูกรังเกียจโดยไม่มีมูล พึงปรับอาบัติ ตามปฏิญญา พึงทำอุโบสถกับบุคคลนั้นเกิด. ว่าด้วยเบื้องต้นของการโจทเป็นต้น [๑,๐๗๙] ถามว่า การโจท มีอะไรเป็นเบื้องต้น มีอะไรเป็นท่าม- กลาง มีอะไรเป็นที่สุด ตอบว่า การโจท มีขอโอกาสเป็นเบื้องต้น มีการทำเป็นท่ามกลาง มีการระงับเป็นที่สุด ถ. การโจท มีมูลเท่าไร มีวัตถุเท่าไร มีภูมิเท่าไร โจทด้วยอาการ เท่าไร ต. การโจท มีมูล ๒ มีวัตถุ ๓ มีภูมิ ๕ โจทด้วยอาการ ๒ อย่าง ถ. การโจทมีมูล ๒ เป็นไฉน ต. การโจท มีมูล ๑ การโจทไม่มีมูล ๑ นี้การโจทมีมูล ๒ ถ. การโจท มีวัตถุ ๓ เป็นไฉน ต. เรื่องที่เห็น ๑ เรื่องที่ได้ยินได้ฟัง ๑ เรื่องที่รังเกียจ ๑ นี้การโจท มีวัตถุ ๓ ถ. การโจท มีภูมิ ๕ เป็นไฉน ต. จักพูดโดยกาลอันควร จักไม่พูดโดยกาลไม่ควร ๑ จักพูดด้วยคำ จริง จักไม่พูดด้วยคำไม่จริง ๑ จักพูดด้วยคำสุภาพ จักไม่พูดด้วยคำหยาบ ๑ จักพูดด้วยคำประกอบด้วยประโยชน์ จักไม่พูดด้วยคำไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ๑ จักมีเมตตาจิตพูด จักไม่มุ่งร้ายพูด ๑ นี้การโจทมีภูมิ ๕ ถ. โจทด้วยอาการ ๒ อย่าง เป็นไฉน ต. โจทด้วยกายหรือโจทด้วยวาจา นี้โจทด้วยอาการ ๒ อย่าง.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ