พระวินัยปิฎก ปริวาร

วินิจฉัยในกาลจตุกกะ พึงทราบดังนี้:- ภิกษุเมื่อห้าม (โภชนะ) แ...

หมวด: วินัยปิฎก ฝ่าย: ปริวาร ลำดับ: 399 อ้างอิง: Prv. 399 ประเภท: explanation


เนื้อหา

บทที่ ๑ แห่งอาสนารหจตุกกะ กับบทที่ ๒ ในจตุกกะก่อน และบท ที่ ๒ แห่งอาสนารหจตุกกะ กับบทที่ ๑ ในจตุกกะก่อน เหมือนกันโดยใจความ. วินิจฉัยในกาลจตุกกะ พึงทราบดังนี้:- ภิกษุเมื่อห้าม (โภชนะ) แล้วฉัน ชื่อว่าต้องในกาล ไม่ต้องในวิกาล. เมื่อต้องอาบัติเพราะวิกาลโภชน์ ชื่อว่าต้องในวิกาล ไม่ต้องในกาล. เมื่อต้องอาบัติที่เหลือ ชื่อว่าต้องทั้งในกาลและในวิกาล. เมื่อไม่ต้อง อาบัติที่ไม่ทั่วไป (แก่ตน) ชื่อว่าไม่ต้องทั้งในกาลทั้งในวิกาล. วินิจฉัยในปฏิคคหิตจตุกกะ พึงทราบดังนี้:- อามิสที่รับประเคนก่อนภัตกาล ควรในกาล ไม่ควรในวิกาล. น้ำปานะ ควรในวิกาล ไม่ควรในกาลในวันรุ่งขึ้น. สัตตาหกาลิก ยาวชีวิก ควรทั้งในกาลและในวิกาล. กาลิก ๓ มียาวกาลิกเป็นต้น ที่ล่วงกาลของตน ๆ และอกัปปิยมังสะ เป็นอุคคหิตก์และอาหารที่รับประเคน (ค้าง) ไว้ ไม่ควรทั้งในกาลและในวิกาล. วินิจฉัยในปัจจันติมจตุกกะ พึงทราบดังนี้:- เมื่อผูกสีมาในทะเล ชื่อว่าต้องในปัจจันติมชนบท ไม่ต้องในมัชฌิม ชนบท. เมื่อให้อุปสมบทด้วยคณะปัญจวรรค และเมื่อทรงไว้ซึ่งรองเท้า ๔ ชั้น อาบน้ำเป็นนิตย์และเครื่องปูลาดหนัง ชื่อว่าต้องในมัชฌิมชนบท ไม่ต้องใน ปัจจันติมชนบท. แม้ภิกษุผู้กล่าวอยู่ว่า ๔ วัตถุนี้ ไม่ควรในปัจจันติมชนบทนี้ ชื่อว่า ต้องในปัจจันติมชนบท.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ