พระวินัยปิฎก ปริวาร

สัญญา ๑ ศรัทธา ๑ สัทธรรม ๑ บริขาร ๑ บุคคล ๑ จริง ๑ ภูมิ ๑ ออ...

หมวด: วินัยปิฎก ฝ่าย: ปริวาร ลำดับ: 338 อ้างอิง: Prv. 338 ประเภท: explanation


เนื้อหา

สัญญา ๑ ศรัทธา ๑ สัทธรรม ๑ บริขาร ๑ บุคคล ๑ จริง ๑ ภูมิ ๑ ออกไป ๑ ถือเอา ๑ สมาทาน ๑ ทำ ๑ ให้ ๑ รับ ๑ บริโภค ๑ กลางคืน ๑ อรุณ ๑ ตัด ๑ ปกปิด ๑ ทรงไว้ ๑ อุโบสถ ๑ ปวารณา ๑ กรรม ๑ กรรมอื่นอีก ๑ วัตถุ ๑ วัตถุอื่น อีก ๑ โทษ ๑ โทษอื่นอีก ๒ สมบัติสอง อย่าง ๑ นานาสังวาสก์ ๑ สมานสังวาสก์ ๑ ปาราชิก ๑ สังฆาทิเสส ๑ ถุลลัจจัย ๑ ปาจิตตีย์ ๑ ปาฏิเทสนียะ ๑ ทุกกฏ ๑ ทุพภาสิต ๑ อาบัติเจ็ด ๑ กองอาบัติเจ็ด ๑ สงฆ์แตกกัน ๑ อุปสมบท ๑ อุปสมบทอีก สอง ๑ ไม่อาศัยอยู่ ๑ ไม่ให้ ๑ อภัพบุคคล ๑ ภัพบุคคล ๑ แกล้ง ๑ มีโทษ ๑ คัดค้าน ๑ ขับออกจากหมู่ ๑ เรียกเข้าหมู่ ๑ ปฏิญญา ๑ รับ ๑ ห้าม ๑ ลบล้าง ๑ โจท ๑ กฐิน ๒ อย่าง ๑ จีวร ๑ บาตร ๑ เชิงบาตร ๑ อธิษฐาน ๒ อย่าง ๑ วิกัป ๒ วินัย ๑ อรรถ ที่สำเร็จในวินัย ๑ ความขัดเกลา ๑ ต้อง ๑ ออก ๑ ปริวาส ๒ อย่าง ๑ มานัต ๒ อย่าง ๑ รัตติเฉท ๑ ไม่เอื้อเฟื้อ ๑ เกลือ ๒ ชนิด ๑ เกลืออื่นอีก ๓ ชนิด บริโภค ๑ ด่า ๑ ล่อเสียด ๑ ฉันหมู่ ๑ วันจำพรรษา ๑ งด ปาติโมกข์ ๑ ภาระ ๑ สมควร ๑ อนาบัติ ๑ อธรรม ๑ วินัย อาสวะ ๑. ว่าด้วยพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระชนม์อยู่เป็นต้น มีอยู่ อาบัติ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้ายังทรงพระชนม์ ภิกษุ จึงต้อง เมื่อปรินิพพานแล้ว ไม่ต้อง มีอยู่ อาบัติ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้ว ภิกษุจึงต้อง เมื่อยังทรงพระชนม์ ไม่ต้อง มีอยู่ อาบัติ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้ายังทรงพระชนม์ก็ดี ปรินิพพาน แล้วก็ดี ภิกษุต้อง มีอยู่ อาบัติ ภิกษุต้องในกาล หาต้องในเวลาวิกาลไม่ มีอยู่ อาบัติ ภิกษุต้องในเวลาวิกาล หาต้องในกาลไม่ มีอยู่ อาบัติ ภิกษุต้องในกาล และในเวลาวิกาล มีอยู่ อาบัติ ภิกษุต้องในกลางคืน หาต้องในกลางวันไม่ มีอยู่ อาบัติ ภิกษุต้องในกลางวัน หาต้องในกลางคืนไม่ มีอยู่ อาบัติ ภิกษุต้องในกลางคืน และกลางวัน มีอยู่ อาบัติ ภิกษุมีพรรษา ๑๐ จึงต้อง มีพรรษาหย่อน ๑๐ ไม่ต้อง มีอยู่ อาบัติ ภิกษุมีพรรษาหย่อน ๑๐ จึงต้อง มีพรรษา ๑๐ ไม่ต้อง มีอยู่ อาบัติ ภิกษุมีพรรษา ๑๐ และมีพรรษาหย่อน ๑๐ ก็ต้อง มีอยู่ อาบัติ ภิกษุมีพรรษา ๕ จึงต้อง มีพรรษาหย่อน ๕ ไม่ต้อง มีอยู่ อาบัติ ภิกษุมีพรรษาหย่อน ๕ จึงต้อง มีพรรษา ๕ ไม่ต้อง มีอยู่ อาบัติ ภิกษุมีพรรษา ๕ และมีพรรษาหย่อน ๕ ก็ต้อง มีอยู่ อาบัติ ภิกษุมีจิตเป็นกุศล จึงต้อง มีจิตเป็นอกุศลไม่ต้อง มีอยู่ อาบัติ ภิกษุมีจิตเป็นอกุศล จึงต้อง มีจิตเป็นกุศลไม่ต้อง มีอยู่ อาบัติ ภิกษุมีจิตเป็นอัพยากฤต จึงต้อง มีอยู่ อาบัติ ภิกษุพรั่งพร้อมด้วยสุขเวทนา จึงต้อง มีอยู่ อาบัติ ภิกษุพรั่งพร้อมด้วยทุกขเวทนา จึงต้อง มีอยู่ อาบัติ ภิกษุพรั่งพร้อมด้วยอทุกขมสุขเวทนา จึงต้อง.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ