พระวินัยปิฎก ปริวาร

ปาราชิก 143

หมวด: วินัยปิฎก ฝ่าย: ปริวาร ลำดับ: 143 อ้างอิง: Prv. 143 ประเภท: rule


เนื้อหา

คำถามและคำตอบปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ ถามว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันต สัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ แก่ภิกษุณี ทั้งหลาย ณ ที่ไหน ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครสาวัตถี ถ. ทรงปรารภใคร ต. ทรงปรารภภิกษุณีสุนทรีนันทา ถ. เพราะเรื่องอะไร ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุณีสุนทรีนันทา มีความกำหนัด ยินดีในการ เคล้าคลึงด้วยกาย ของบุรุษบุคคลผู้กำหนัด ถ. ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ นั้น มีบัญญัติ อนุบัญญัติ อนุปันน- บัญญัติ หรือ ต. มีบัญญัติ ๑ อันบัญญัติ อันปันนบัญญัติ ไม่มีในปาราชิกสิกขาบท ที่ ๕ นั้น ถ. มีสัพพัตถบัญญัติ ปเทสบัญญัติ หรือ ต. มีแต่สัพพัตถบัญญัติ ถ. มีสาธารณบัญญัติ อสาธารณบัญญัติ หรือ ต. มีแต่อสาธารณบัญญัติ ถ. มีเอกโตบัญญัติ อุภโตบัญญัติ หรือ ต. มีแต่เอกโตบัญญัติ บรรดาปาติโมกขุทเทศ ๔ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ นั้นจัดเข้าในอุเทศ ไหน นับเนื่องในอุเทศไหน ต. จัดเข้าในนิทาน นับเนื่องในนิทาน ถ. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่เท่าไร ต. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่ ๒ ถ . บรรดาวิบัติ ๔ เป็นวิบัติอย่างไหน ต. เป็นศีลวิบัติ ถ. บรรดาอาบัติ ๗ กอง เป็นอาบัติกองไหน ต. เป็นกองอาบัติปาราชิก ถ. บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๗ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ นั้นเกิดขึ้น ด้วยสมุฏฐานเท่าไร ต. เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง คือ เกิดแต่กาย กับจิต มิใช่วาจา ถ. บรรดาอธิกรณ์ ๔ เป็นอธิกรณ์อะไร ต. เป็นอาปัตตาธิกรณ์ ถ. บรรดาสมถะ ๗ ระงับด้วยสมถะเท่าไร ต. ระงับด้วยสมถะ ๒ คือสัมมุขาวินัย ๑ ปฏิญญาตกรณะ ๑ ถ. ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ นั้น อะไรเป็นวินัย อะไรเป็นอภิวินัย ต. พระบัญญัติเป็นวินัย การจำแนกเป็นอภิวินัย ถ. ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ นั้น อะไรเป็นปาติโมกข์ ในปาราชิก- สิกขาบทที่ ๕ นั้น อะไรเป็นอธิปาติโมกข์ ต. พระบัญญัติเป็นปาติโมกข์ การจำแนกเป็นอธิปาติโมกข์ ถ. อะไรเป็นวิบัติ ต. ความไม่สังวรเป็นวิบัติ ถ. อะไรเป็นสมบัติ ต. ความสังวรเป็นสมบัติ ถ. อะไรเป็นข้อปฏิบัติ ต. ข้อที่ภิกษุณีสมาทานอาปาณโกฏิกศีลตลอดชีวิตว่า จักไม่ทำกรรม เห็นปานนี้ แล้วศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย เป็นข้อปฏิบัติ ถ. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ แก่ภิกษุณี ทั้งหลายทรงอาศัยอำนาจประโยชน์เท่าไร ต. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ แก่ภิกษุณี ทั้งหลาย เพราะทรงอาศัยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่า ดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มภิกษุณีผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่ สำราญแห่งภิกษุณีผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยิ่ง ไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความดำรง มั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่ออนุเคราะห์พระวินัย ๑ ถ. พวกไหนศึกษา ต. ภิกษุณีเป็นเสกขะและเป็นกัลยาณปุถุชนศึกษา ถ. พวกไหนมีสิกขาอันศึกษาแล้ว ต. ภิกษุณีผู้อรหันต์มีสิกขาอันศึกษาแล้ว ถ. ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ นั้นตั้งอยู่ในใคร ต. ตั้งอยู่ในภิกษุณีผู้ใคร่ต่อการศึกษา ถ. พวกไหนย่อนทรงไว้ ต. ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕ ย่อมเป็นไปแก่ภิกษุณีเหล่าใด ภิกษุณีเหล่า นั้นย่อมทรงไว้ ถ. เป็นถ้อยคำของใคร ต. เป็นพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ. ใครนำมา ต. พระเถระทั้งหลายนำสืบ ๆ กันมา.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ