พระวินัยปิฎก มหาวรรค

บทว่า สิตาโลลึ มีความว่า เราอนุญาตให้ภิกษุเอาดินที่ติดผาลของ...

หมวด: วินัยปิฎก ฝ่าย: ขันธก ลำดับ: 167 อ้างอิง: Mv. 167 ประเภท: explanation


เนื้อหา

บทว่า สิตาโลลึ มีความว่า เราอนุญาตให้ภิกษุเอาดินที่ติดผาลของ ผู้ไถนาด้วยไถ ละลายน้ำดื่ม. บทว่า ทุฏฺ€คหณิโก มีความว่า ผู้มีไฟธาตุเผาอาหารเสีย อธิบาย ว่า อุจจาระออกยาก. บทว่า อามิสขารํ มีความว่า เราอนุญาตให้ภิกษุเผาข้าวสุกที่ตาก แห้งให้ไหม้ แล้วดื่มน้ำต่างที่ไหลออกจากเถ้านั้น. บทว่า มุตฺตหริฏกํ ได้แก่ สมอไทยที่ดองด้วยมูตรโค. บทว่า อภิสนฺนกาโย ได้แก่ มีกายเป็นโทษมาก. บทว่า อจฺฉากญฺชิกํ ได้แก่ น้ำข้าวใส. บทว่า อกฏยูสํ ได้แก่ น้ำถั่วเขียวต้ม ที่ไม่ข้น. บทว่า กฏากฏํ ได้แก่ น้ำถั่วเขียวต้มนั่นเอง แต่ข้นหน่อย. บทว่า ปฏิจฺฉาทนเยน ได้แก่ รสแห่งเนื้อ. ข้อว่า สเจ ภิกฺขเว ปกฺกาปิ มคฺคา ชายนฺติ มีความว่าถั่วเขียว ที่ต้มแล้ว ถ้าแน้เป็นขึ้นได้ไซร้ ถั่วเขียวเหล่านั้น ภิกษุพึงฉันได้ตามสบาย ด้วยว่า ถั่วเขียวเหล่านั้น จักเป็นกัปปิยะแท้ เพราะเป็นของต้มแล้ว. บทว่า อนโตวุตฺถํ ได้แก่ ค้างอยู่ในอกัปปิยกุฏี. วินิจฉัยในคำว่า สามํ ปกฺกํ นี้ พึงทราบดังนี้:- ภิกษุจะหุงต้มอามิสอย่างใดอย่างหนึ่งเองไม่ควร เฉพาะอามิสที่สุกแล้ว จะอุ่นควรอยู่. แม้ชนทั้งหลายใส่ใบผักชีก็ดี ขิงก็ดี เกลือก็ดี ลงในข้าวต้มที่ร้อน สำหรับภิกษุนั้น ภิกษุจะคนแม้ซึ่งข้าวต้มนั้น ย่อมไม่ควร แต่จะคนด้วยคิด จะให้ข้าวต้มเย็น ควรอยู่ แม้ได้ข้าวสุกที่เป็นท้องเล็นแล้วจะปิดไว้ ย่อมไม่ ควร. แต่ถ้าชนทั้งหลายปิดแล้วถวายมา จะปิดไว้ ควรอยู่ หรือจะปิดไว้ด้วย คิดว่า ข้าวสุกจงอย่าเย็น ควรอยู่.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ