พระวินัยปิฎก มหาวรรค

ข้อว่า น ติพฺพจฺฉนฺโท มีความว่า ไม่เป็นผู้มีความพอใจรุนแรง

หมวด: วินัยปิฎก ฝ่าย: ขันธก ลำดับ: 220 อ้างอิง: Mv. 220 ประเภท: explanation


เนื้อหา

ข้อว่า น ติพฺพจฺฉนฺโท มีความว่า ไม่เป็นผู้มีความพอใจรุนแรง. บทว่า อุทฺเทเส ได้แก่ ในการเรียนบาลี. บทว่า ปริปุจฺฉาย ได้แก่ ในการอธิบายความแห่งบาลี. บทว่า อธิสีเล ได้แก่ ศีลคือปาฏิโมกข์. บทว่า อธิจิตฺเต ได้แก่ ในการอบรมโลกิยสมาธิ. บทว่า อธิปญฺาย ได้แก่ ในการเจริญโลกุตตรมรรค. สองบทว่า สงฺกนฺโต โหติ มีความว่า เป็นผู้มาเข้าศาสนานี้แล้ว. สองบทว่า ตสฺส สตฺถุโน ได้แก่ ครูผู้เป็นเจ้าของลัทธิดังท่าข้าม นั้น. สองบทว่า ตสฺส ทิฏฺ€ิยา ได้แก่ ลัทธิซึ่งเป็นของครูนั้น. บัดนี้ ลัทธินั้นแล ท่านกล่าวว่า ความถูกใจ ความชอบใจ ความถือ ของครูผู้ เจ้าของลัทธินั้น เพราะเหตุว่า เป็นที่ถูกใจ เป็นที่ชอบใจ ของติตถกรนั้น และอันติตถกรนั้น ถืออย่างมั่นว่า นี้เท่านั้นเป็นจริง เพราะเหตุนั้น พระผู้มี พระภาคเจ้าจึงตรัสว่า แห่งความถูกใจของครูนั้น แห่งความชอบใจของครูนั้น แห่งความถือของครูนั้น. สองบทว่า อวณฺเณ ภญฺมาเน มีความว่า เมื่อคำติเตียนอัน ผู้ใดผู้หนึ่งกล่าวอยู่. บทว่า อนภิรทฺโธ ได้แก่ เป็นผู้มีความดำริบกพร่อง คือมีจิต มิได้ประคองไว้. บทว่า อุทคฺโค ได้แก่ เป็นผู้มีกายและจิตฟูยิ่งนัก. ข้อว่า อิทํ ภิกฺขเว สงฺฆาตนิกํ อญฺติตฺถิยปุพฺพสฺส อนา- ราธนียสฺมึ มีความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความเป็นผู้มีใจไม่แช่มชื่น ซึ่ง เกิดแต่กายวิการและวจีวิการว่า ทำไมชนเหล่านั้นจึงติเตียนผู้อื่น ? ดังนี้ ในเมื่อ เขากล่าวโทษแห่งครูนั้น และลัทธิแห่งครูนั้นนั่นเอง และความเป็นผู้มีใจ แช่มชื่น ในเมื่อเขากล่าวโทษแห่งรัตนตรัยมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น. และความ เป็นผู้มีใจแช่มชื่นทั้งไม่แช่มชื่น ในเมื่อเขาสรรเสริญคุณแห่งครูนั่นเองด้วย แห่งรัตนตรัยมีพระพุทธเจ้าเป็นต้นด้วย. ๓ ประการนี้ เป็นเครื่องสอบสวนใน กรรมที่ไม่ชวนให้ภิกษุทั้งหลายยินดีของกุลบุตรผู้เคยเป็นอัญญเดียรถีย์. มีคำ อธิบายว่า อันนี้เป็นเครื่องหมาย อันนี้เป็นลักษณะ อันนี้เป็นความแน่นอน อันนี้เป็นกำลัง อันนี้เป็นประมาณในกรรมซึ่งไม่ทำปริวาสวัตรให้เต็ม ไม่ยัง ภิกษุทั้งหลายให้ยินดี.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ