พระวินัยปิฎก มหาวรรค
ข้อว่า สงฺโฆ าปตพฺโพ มีความว่า สงฆ์อันภิกษุนั้นพึงให้ทราบ
หมวด: วินัยปิฎก ฝ่าย: ขันธก ลำดับ: 164 อ้างอิง: Mv. 164 ประเภท: explanation
เนื้อหา
ข้อว่า สงฺโฆ าปตพฺโพ มีความว่า สงฆ์อันภิกษุนั้นพึงให้ทราบ. เบื้องหน้าแต่นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสดำว่า สุณาตุ เม ภนฺเต เป็นต้น เพื่อแสดงข้อที่ภิกษุนั้นควรให้สงฆ์ทราบ. ข้อว่า อุปสมฺปปนฺนสมนนฺตรา มีความว่า เป็นผู้พออุปสมบทแล้ว ย่อมประพฤติอนาจาร ๑ ในกาลเป็นลำดับต่อติดกันไป. ข้อว่า อนาจารํ อาจรติ มีความว่า ย่อมทำความละเมิดพระบัญญัติ. บทว่า อุลฺลุมฺปตุ มํ มีความว่า ขอจงยกข้าพเจ้าขึ้นเถิด อธิบาย ว่า ขอให้ข้าพเจ้าออกจากอกุศล ให้ตั้งเฉพาะในกุศลเถิด หรือว่า ขอจงยก ขึ้นจากความเป็นสามเณร ให้ตั้งเฉพาะในความเป็นภิกษุเถิด. สองบทว่า อนุกมฺปํ อุปาทาย ได้แก่ อาศัยความสงสาร อธิบายว่า กระทำความเอ็นดูในข้าพเจ้า. สองบทว่า อฏฺิตา โหติ มีความว่า เป็นของเป็นไปเป็นนิตย์. สองบทว่า จตฺตาโร นิสฺสเย ได้แก่ ปัจจัยสี่ พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสเรียกว่า นิสัย เพราะเหตุว่า เป็นที่อาศัยเป็นไปของอัตภาพ. อรรถกถาญัตติจตุตถกัมมอุปสัมปทา จบ ๑. ถ้า อุปสมฺปนฺโน หุตฺวาว . . . อาจรติ เป็นประโยคเดียวกันก็จะงาน เพราะเมื่อแปลเสร็จ แล้ว เอา อนาจารํ อาจรติ มาเป็นบทตั้งแก้อรรถอีกครั้ง. ก็โดยสมัยนั้นแล มาณพคนหนึ่งเข้าไปหาภิกษุทั้งหลาย แล้ว ขอบรรพชา พวกภิกษุได้บอกนิสัยแก่เธอก่อนบวช เธอจึงพูดอย่างนี้ว่า ถ้า เมื่อกระผมบวชแล้ว พระคุณเจ้าทั้งหลายพึงบอกนิสัยแก่กระผม กระผมก็จะยิน ดียิ่งบัดนี้ กระผมจักไม่บวชละ เพราะนิสัยเป็นสิ่งที่น่าเกลียด เป็นปฏิกูลแก่ กระผม ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มี- พระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงบอกนิสัยก่อนบวช รูปใด บอก ต้องอาบัติทุกกฏ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พออุปสมบทแล้ว เราอนุญาต ให้บอกนิสัย.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ