พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ อนิยตกัณฑ์-ปาจิตติยกัณฑ์
ปาราชิก 412
หมวด: วินัยปิฎก ฝ่าย: มหาวิภังค์ ลำดับ: 412 อ้างอิง: Pāc. 412 ประเภท: rule
เนื้อหา
แต่คำของพระอรรถกถาทั้งหลายนั้นนี้ แย้งพระบาลีมีอาทิอย่างนั้นว่า เมถุนธรรมปาราชิกาบัติ มีในส่วนนั้นแห่งเมถุนธรรมปาราชิกาบัติ ฯลฯ อาปัตตาธิกรณ์เป็นส่วนนั้น แห่งอาปัตตาธิกรณ์ ๑ อย่างนี้ และว่า วิวาทา- ธิกรณ์ เป็นกุศลก็มี เป็นอัพยากฤต ๒ ก็มี ดังนี้. อันที่จริง พระอรรถกถาจารย์เหล่านั้น มิได้ประสงค์ข้อที่บัญญัติ เป็นกุศลเป็นต้น. และธรรมคือปาราชิก ที่มาในคำว่า อมูลเกน ปารา- ชิเกน ธมฺเมน นี้ จะได้ชื่อว่าเป็นบัญญัติ หามิได้. เพราะเหตุไ ? เพราะเป็นอกุศลโดยส่วนเดียว. จริงอยู่ แม้พระผู้มีพระภาคเจ้า ก็ได้ตรัสคำนี้แล้วว่า อาปัตตา- ธิกรณ์ เป็นอกุศลก็มี เป็นอัพยากฤตก็มี. และปาราชิกไม่มีมูลนั่นใด ที่ทรงนิเทศไว้ในพระบาลีนี้ว่า อมูลเกน ปาราชิเกน ดังนี้. พระบาลีว่า อมูลกญฺเจว ตํ อธิกรณํ โหติ นี้ เป็นปฏินิเทศแห่งปาราชิกไม่มีมูลนั้น นั่นแล ไม่ใช่แห่งบัญญัติ. แท้จริง พระผู้มีพระภาคเจ้า จะได้ทรงนิเทศ ปาราชิกอื่น แล้วทรงปฏินิเทศปาราชิกอื่น หามิได้. แต่บุคคลนั้นถูก โจทก์ตราเอาว่า ล่วงธรรม คือปาราชิก ด้วยบัญญัติใด คือด้วยข้อหา อันใด, บัญญัติแม้นั้น จัดว่าไม่มีมูล ก็เพราะอธิกรณ์กล่าวคือปาราชิก เป็นของไม่มีมูล, แต่จัดเป็นอธิกรณ์ ก็เพราะบัญญัตินั้นเป็นไปในอธิกรณ์; เพราะเหตุนั้น คำว่า บัญญัติเป็นอธิกรณ์ ควรถูก โดยบรรยายนี้. แต่ อธิกรณ์ที่จัดว่าไม่มีมูล ย่อมไม่มีโดยปกติของตน. จะมีได้ก็สักว่าบัญญัติ เท่านั้น. แม้เพราะเหตุนั้น คำว่า บัญญัติจัดเป็นอธิกรณ์ ก็ควรจะถูก.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ