พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ สังฆาทิเสสกัณฑ์

บาลี * ในวิสัยเป็นที่เปิดเผยลักษณะ ๑๐ นั้น ดังนี้:- อะไรเป็น...

หมวด: วินัยปิฎก ฝ่าย: มหาวิภังค์ ลำดับ: 534 อ้างอิง: Saṅghādisesa 534 ประเภท: explanation


เนื้อหา

บาลี * ในวิสัยเป็นที่เปิดเผยลักษณะ ๑๐ นั้น ดังนี้:- อะไรเป็นเบื้องต้น อะไรเป็นท่ามกลาง อะไรเป็นที่สุดแห่งปฐมฌาน ความ หมดจดแห่งปฏิปทาเป็นเบื้องต้น ความเพิ่มพูนอุเบกขา เป็นท่ามกลาง ความ ผุดผ่อง เป็นที่สุดแห่งปฐมฌาน. ความหมดจดแห่งปฏิปทา เป็นเบื้องต้นแห่งปฐมฌาน เบื้องต้นมี ลักษณะเป็นเท่าไร เบื้องต้นมีลักษณะ ๓. ธรรมใดเป็นอันตรายของจิตนั้น จิตย่อมหมดจดจากธรรมนั้น จิตย่อมดำเนินไปสู่สมาธินิมิตอันเป็นท่ามกลาง เพราะค่าที่เป็นธรรมชาติหมดจด จิตแล่นไปในสมาธินิมิต (ซึ่งเป็นโคจรแห่ง อัปปนา) นั้น เพราะความเป็นธรรมชาติดำเนินไปแล้ว. จิตหมดจดจากธรรม ที่เป็นอันตราย ๑ จิตดำเนินไปสู่สมาธินิมิตอันเป็นท่ามกลาง เพราะค่าที่เป็น ธรรมชาติหมดจด ๑ จิตแล่นไปในสมาธินิมินั้น เพราะเป็นธรรมชาติดำเนินไป ๑ เป็นปฏิปทาวิสุทธิซึ่งเป็นเบื้องต้นแห่งปฐมฌาน; เบื้องต้นมีลักษณะ ๓ เหล่า นี้. เพราะเหตุนั้น ปฐมฌานท่านจึงกล่าวว่า เป็นคุณชาติงามในเบื้องต้น และ ถึงพร้อมด้วยลักษณะ ๓. ความเพิ่มพูนอุเบกขา เป็นท่ามกลางแห่งปฐมฌาน ท่ามกลางมีลักษณะ เท่าไร ? ท่ามกลางมีลักษณะ ๓. จิตหมดจดย่อมเพิกเฉย จิตดำเนินถึงความสงบ ย่อมเพิกเฉย จิตปรากฏด้วยอารมณ์อันเดียว ย่อมเพิกฉาย. จิตหมดจดเพิกเฉย ๑ จิตดำเนินถึงความสงบเพิกเฉย ๑ จิตปรากฏด้วยอารมณ์อันเดียวเพิกเฉย ๑ // * ปฏิ. ข. ๓๑/๒๕๒ - ๓. พระธรรมจักรก็ดี แสดงธรรมทั้งแต่ประกาศพระธรรมจักรก็ดี ย่อมบัญญัติ สัจจะ ๔ เท่านั้น. จริงอยู่ ในสัจจะ ๔ นั้น สมุทัยอันเป็นมูลแห่งทุกข์นั้น พึงทราบว่า ทรงถือเอาด้วยทุกขศัพท์ ส่วนมรรค*ที่ให้ถึงนิโรธนั้น พึงทราบ ว่าทรงถือเอาด้วยนิโรธศัพท์. บทว่า ตตฺร เจ ได้แก่ ในการประกาศสัจจะ ๔ นั้น. บทว่า ปเร ได้แก่ บุคคลผู้ไม่สามารถรู้แจ้งแทงตลอดสัจจะทั้งหลาย. บทว่า อกฺโกสนฺติ ได้แก่ ด่าด้วยอักโกสวัตถุ ๑๐. บทว่า ปริภาสนฺติ ได้แก่ ปริภาษด้วยวาจา. บทว่า โรเสนฺติ วิเหเสนฺติ ได้แก่ ประสงค์ว่า เราจักโกรธขึ้น จักเบียดเบียน. บทว่า ฆฏฺเฏนฺติ ได้แก่ ให้ประสบทุกข์. บทว่า ตตฺร ได้แก่ ในการด่าเป็นต้นเหล่านั้น หรือในบุคคลอื่นเหล่านั้น. บทว่า อาฆาโต ได้แก่ ความโกรธ. บทว่า อปฺปจฺจโย ได้แก่ ความ เสียใจ. บทว่า อนภินนฺทิ ได้แก่ ความไม่ยินดี. บทว่า ตตฺร เจ ได้ แก่ ในการประกาศสัจจะ ๔ นั้นแหละ. บทว่า ปเร ได้แก่ บุคคลผู้รู้แจ้ง แทงตลอดการประกาศสัจจะ ๔. บทว่า อานนฺโท ได้แก่ ความดื่มด่ำด้วย ความยินดี. บทว่า อุพฺพิลาวิตตฺตํ ได้แก่ ความดื่มด่ำด้วยอำนาจความปลาบ ปลื้ม. บทว่า ตตฺเร เจ ได้แก่ในการประกาศสัจจะ ๔ นั้นแหละ. บทว่า ตตฺร ได้แก่ ในสักการะเป็นต้น. บทว่า ยํ โข อิทํ ปุพฺเพ ปริญฺาตํ ความว่า ขันธปัญจกนี้ใด พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกำหนดรู้แล้วด้วยปริญญา ๓ ที่โพธิมัณฑ สถานก่อน. บทว่า ตตฺถ เม แปลว่า สักการะเหล่านี้ อันเขากระทำในขันธปัญจก นั้น. ท่านอธิบายไว้อย่างไร. ท่านอธิบายไว้ว่า ความคิดว่าสักการะเหล่านี้ จักมีในเรา หรือว่า เราจะเสวยสักการะเหล่านี้ไม่มีแก่พระตถาคตในขันธ ปัญจกแม้นั้น และมีความดำริเท่านี้ว่า ตถาคตย่อมเสวยสักการะของขันธปัญจก ที่กำหนดรู้แล้วแต่ก่อนนั้น และขันธปัญจกย่อมเสวยสักการะเหล่านี้. บทว่า ตสฺมา ความว่า ก็เพราะเหตุที่สมณพราหมณ์เหล่าอื่น ผู้ไม่สามารถแทงตลอด เป็นความเพิ่มพูนอุเบกขา ซึ่งเป็นท่ามกลางแห่งปฐมฌาน; ท่ามกลางมีลักษณะ ๓ เหล่านี้. เพราะเหตุนั้น ปฐมฌานท่านจึงกล่าวว่า เป็นคุณชาติงามในท่าม กลางและถึงพร้อมด้วยลักษณะ ๓.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ