พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ สังฆาทิเสสกัณฑ์
กนฺทติ ได้แก่ ย่อมร้องไห้
หมวด: วินัยปิฎก ฝ่าย: มหาวิภังค์ ลำดับ: 210 อ้างอิง: Saṅghādisesa 210 ประเภท: explanation
เนื้อหา
กนฺทติ ได้แก่ ย่อมร้องไห้. บทว่า สมฺโมหํ อาปชฺชติ ความว่า เป็นผู้เลอะเลือน ดุจปราศจากความ รู้สึก. บทว่า โมฆํ แปลว่า เปล่า. บทว่า อผโล ได้แก่ ไร้ผล. บทว่า อารกฺขาทิกรณํ คือ มีการคุ้มครองเป็นเหตุ. บทว่า กินฺติ เม คือ ด้วย อุบายอะไรหนอแล. บทว่า ยํปิ เม. ความว่า ทรัพย์ที่เราทำการงานมีกสิกรรม เป็นต้น ให้เกิดแล้วแม้ใด. บทว่า ตํปิ โน นตฺถิ ความว่า บัดนี้ ทรัพย์ แม้นั้นของเราก็ไม่มี. ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงการณ์ด้วยบทแม้มีอาทิว่า ปุน จ ปรํ ภิกฺขเว เหตุ ดังนี้แล้วทรงแสดงโทษ. ในบทเหล่านั้น บทว่า กามเหตุ ความว่า แม้พวกกษัตริย์ก็วิวาท กันกับพวกษัตริย์ เพราะกามเป็นปัจจัย. บทว่า กามนิทานํ เป็นภาวน- ปุงสกลิงค์ อธิบายว่า ทำกามทั้งหลายให้เป็นต้นเค้าแล้ววิวาทกัน. แม้บทว่า กามาธิกรณํ ก็เป็น ภาวนปุงสกลิงค์ เหมือนกัน อธิบายว่า ทำกามทั้งหลาย มีไถยจิตจับต้องทรัพย์ภายในหม้อ ควรแก่ค่า ๕ มาสกก็ตาม เกินกว่า ๕ มาสก ก็ตาม ต้องอาบัติทุกกฏ. ก็การกำหนด ที่ท่านกล่าวไว้แล้วในพระบาลีนี้ เพื่อ กำหนดอาบัติปาราชิก. เมื่อภิกษุจับต้องทรัพย์แม้หย่อนกว่า ๕ มาสก ด้วย ไถยจิต ก็ต้องทุกกฏเหมือนกัน. ในคำว่า ผนฺทาเปติ นี้ ความว่า ภิกษุรวมทรัพย์ให้เนื่องเป็นอัน เดียวกันแล้วสอดภาชนะของตนเข้าไป อยู่เพียงใด. ภิกษุนั้นท่านเรียกว่า ทำ ให้หวั่นไหว เพียงนั้น. อีกอย่างหนึ่ง แม้เมื่อคุ้ยเขี่ยไปทางโน้นและทางนี้ ชื่อว่าทำให้หวั่นไหวเหมือนกัน. ภิกษุนั้นย่อมต้องถุลลัจจัย. ในกาลใด ภิกษุ ตัดความที่ทรัพย์เนื่องเป็นอันเดียวกันขาดแล้ว ทรัพย์ที่อยู่ในหม้อ ก็มีอยู่ใน หม้อนั่นเอง แม้ที่อยู่ในภาชนะ ก็มีอยู่ในภาชนะเท่านั้น ในกาลนั้น ทรัพย์ ชื่อว่ามีอยู่ในภาชนะของตนแล้ว. ครั้นเธอทำอย่างนั้นแล้ว แม้เมื่อไม่ได้นำ ภาชนะออกจากหม้อก็ตาม ต้องปาราชิก.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ