พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ สังฆาทิเสสกัณฑ์

ที่ชื่อว่า ยาน ได้แก่คานหาม รถ เกวียน เตียงหาม ที่ ชื่อว่า ท...

หมวด: วินัยปิฎก ฝ่าย: มหาวิภังค์ ลำดับ: 28 อ้างอิง: Saṅghādisesa 28 ประเภท: explanation


เนื้อหา

ที่ชื่อว่า ยาน ได้แก่คานหาม รถ เกวียน เตียงหาม ที่ ชื่อว่า ทรัพย์อยู่ในยาน ได้แก่ทรัพย์ที่เขาเก็บไว้ในยาน. ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักทรัพย์อยู่ในยาน เที่ยวแสวงหาเพื่อนก็ดี เดิน ไปก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ ลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติ ถุลลัจจัย ให้เคลื่อนจากฐาน ต้องอาบัติปาราชิก. ภิกษุมีไถยจิตคิดจะลักยาน เที่ยวแสวงหาเพื่อนก็ดี เดินไปก็ดี ต้อง อาบัติทุกกฏ ลูบคลำ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ให้ เคลื่อนจากฐานต้องอาบัติปาราชิก. ที่ชื่อว่า ทรัพย์ที่ตนนำไป ได้แก่ภาระบนศีรษะ ภาระที่คอ ภาระที่สะเอว ภาระที่หิ้วไป. ภิกษุมีไถยจิตจับต้องภาระบนศีรษะ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้องอาบัติถุลลัจจัย ลดลงสู่คอ ต้องอาบัติปาราชิก. ภิกษุมีไถยจิตจับต้องภาระบนคอ ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้อง อาบัติถุลลัจจัย ลดลงสู่สะเอว ต้องอาบัติปาราชิก. ภิกษุมีไถยจิตจับต้องภาระที่สะเอว ต้องอาบัติทุกกฏ ทำให้ไหว ต้อง อาบัติถุลลัจจัย ถือไปด้วยมือ ต้องอาบัติปาราชิก. ภิกษุมีไถยจิตวางภาระที่มือลงบนพื้น ต้องอาบัติปาราชิก มีไถยจิต ถือเอาจากพื้น ต้องอาบัติปาราชิก. บทว่า สมฺมา ในบทว่า สมฺมา สีหนาทํ นทถ นั้น ได้แก่ โดยเหตุ โดยนัย โดยการณ์. บทว่า สีหนาทํ คือ การบันลือที่ประเสริฐ ที่สุด คือ การบันลือที่ไม่น่ากลัว การบันลือที่ไม่ติดขัด. ก็เพราะความที่ สมณะสี่เหล่านี้มีอยู่ในศาสนานี้เท่านั้น การบันลือนี้เป็นการบันลือสูงสุด ชื่อว่า การบันลือที่ประเสริฐที่สุด. การบันลือของภิกษุผู้กล่าวว่า สมณะเหล่านี้มีใน ศาสนานี้เท่านั้น ชื่อว่า การบันลือที่ไม่น่ากลัว เพราะภัยหรือความหวาดระแวง จากที่อื่นไม่มี. การบันลือนี้ว่าสมณะเหล่านี้มีอยู่ในศาสนาแม้ของพวกเรา ชื่อว่า การบันลือไม่ติดขัด เพราะความที่บรรดาเจ้าลัทธิทั้งหลายมีปูรณะเป็นต้น แม้ คนหนึ่งก็ไม่สามารถเพื่อจะลุกขึ้นกล่าวได้. ด้วยเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า บทว่า สีหนาทํ คือ การบันลือที่ประเสริฐที่สุด คือ การบันลือที่ไม่น่ากลัว การ บันลือที่ไม่ติดขัด ดังนี้. บทว่า €านํ โข ปเนตํ วิชฺชติ ความว่า ก็ การณ์นี้แลมีอยู่. บทว่า ยํ อญฺติตฺถิยา คือ พวกอัญญเดียรถีย์ โดย การณ์ใด. อนึ่ง. พึงทราบติดถะ พึงทราบติตถกร พึงทราบเดียรถีย์ พึงทราบ ติดถิยสาวกในที่นี้. ทิฏฐิ ๖๒ อย่าง ชื่อว่า ติตถะ. ก็สัตว์ทั้งหลายย่อมข้าม ย่อมลอยไป ย่อมกระทำการผุดขึ้น ดำลงในท่านั้น เพราะฉะนั้น จึงเรียกว่า ติตถะ แปลว่า เป็นที่ข้ามของสัตว์ทั้งหลาย. ความที่ให้ทิฏฐิเหล่านั้น เกิดขึ้น ชื่อว่า ติตถกร แปลว่า เจ้าลัทธิ. ผู้ถือลัทธิของเจ้าลัทธินั้นแล้ว บวช ชื่อ ว่าเดียรถีย์. ผู้ให้ปัจจัยแก่เดียรถีย์เหล่านั้น พึงทราบว่า ติตถิยสาวก แปลว่า สาวกของเดียรถีย์. ผู้ที่ละความผูกพันทางฆราวาสแล้ว ถึงการบวชชื่อว่า ปริพาชก. ที่พึ่ง การดำรง การบำรุง ชื่อว่า อัสสาสะ เรี่ยวแรง ชื่อว่า พละ. บทว่า เยน ตุมฺเห ความว่า พวกเธอจงกล่าวอย่างนี้ด้วยอัสสาสะ หรือพละใด. ในบทนี้ว่า ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ธรรม ๔ ประการ อันพระ- ผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ผู้รู้ ผู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ