พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ สังฆาทิเสสกัณฑ์

บุคคลเหล่านั้น เลื่อมใสอย่างนี้แล้ว ย่อมนำลาภสักการะใหญ่ถวาย...

หมวด: วินัยปิฎก ฝ่าย: มหาวิภังค์ ลำดับ: 18 อ้างอิง: Saṅghādisesa 18 ประเภท: explanation


เนื้อหา

บุคคลเหล่านั้น เลื่อมใสอย่างนี้แล้ว ย่อมนำลาภสักการะใหญ่ถวายแด่ พระผู้มีพระภาคเจ้า แต่ลาภสักการะของเดียรถีย์ทั้งหลายก็เสื่อมไป ดุจกาใน พาเวรุชาดก. เหมือนอย่างท่านกล่าวว่า นางนกยูงร้องเสียงไพเราะ เพราะ ไม่เห็นนกยูง จึงบูชากาในพาเวรุนั้น ด้วยเนื้อและผลไม้ ก็ในกาลใด นกยูงที่ ถึงพร้อมด้วยเสียงสู่พาเวรุ ในกาลนั้น ลาภและสักการะของกาก็เสื่อมไป ในกาล ใด พระพุทธเจ้าผู้ธรรมราชา ทรงกระทำ แสงสว่างยังไม่อุบัติขึ้น ในกาลนั้น ชนอื่น เป็นอันมาก ได้บูชาสมณพราหมณ์ทั้ง หลาย แต่ในกาลใด พระพุทธเจ้าทรงถึง พร้อมด้วยเสียง ทรงแสดงธรรม ในกาล นั้น ลาภและสักการะของเดียรถีย์ทั้งหลาย ก็เสื่อมไป. เดียรถีย์เหล่านั้น เสื่อมจากลาภและสักการะอย่างนี้แล้ว แม้จะยังราตรี ให้สว่างเพียงหนึ่งนิ้ว สองนิ้ว ก็เป็นผู้เสื่อมจากรัศมี ดุจหิงห้อยทั้งหลายใน เวลาพระอาทิตย์ขึ้นฉะนั้น. ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า เป็นผู้อันสงฆ์พร้อมเพรียงกันให้อุปสมบทแล้ว ด้วยญัตติจตุตถกรรม อันไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ บรรดาผู้ที่ชื่อว่าภิกษุ เหล่านั้น ภิกษุนี้ใด ที่สงฆ์พร้อมเพรียงกันให้อุปสมบทแล้วด้วยญัตติจตุตถ- กรรม อันไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ภิกษุนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประสงค์ ว่า ภิกษุ ในอรรถนี้ ประเทศที่ชื่อว่า บ้าน มีอธิบายว่า บ้านมีกระท่อมหลังเดียวก็ดี มี กระท่อม ๒ หลังก็ดี มีกระท่อม ๓ หลังก็ดี มีกระท่อม ๔ หลังก็ดี มีคนอยู่ ก็ดี ไม่มีคนอยู่ดี แม้ที่เขาล้อมไว้ก็ดี แม้ที่เขาไม่ได้ล้อมไว้ก็ดี แม้ที่เขา สร้างดุจเป็นที่โคจ่อมเป็นต้นก็ดี แม้หมู่เกวียนหรือต่างที่อาศัยอยู่เกิน ๔ เดือน ก็ดี พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า บ้าน.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ