เล่มที่ 73
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เรียกว่า ต้นปาฏลี
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 519
เนื้อหา
พระวิปัสสีพุทธเจ้า ผู้แสวงคุณยิ่งใหญ่ ทรงมี พระอัครสาวก ชื่อว่าพระขัณฑะ และ พระติสสะ พระ พุทธอุปัฏฐาก ชื่อว่าพระอโสกะ. มีพระอัครสาวิกา ชื่อว่าพระจันทาและ พระจันท- มิตตา โพธิพฤกษ์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เรียกว่า ต้นปาฏลี. พระวิปัสสีพุทธเจ้า ผู้นำโลก สูง ๘๐ ศอก พระรัศมีของพระองค์แล่นไปโดยรอบ ๗ โยชน์. ในยุคนั้นมนุษย์มีอายุแปดหมื่นปี พระชนมายุ ของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นมีพระชนม์ยืนถึงเพียงนั้น จึงทรงยังหมู่ชนเป็นอันมากให้ข้ามโอฆะ. พระวิปัสสีพุทธเจ้า ทรงเปลื้องเทวดาและมนุษย์ เป็นอันมากจากเครื่องผูก ทรงบอกทางและมิใช่ทาง กะพวกปุถุชนที่เหลือ. พระองค์และพระสาวก สำแดงแสงสว่าง ทรง แสดงอมตบท รุ่งโรจน์แล้ว ก็ดับขันธปรินิพพาน เหมือนกองไฟโพลงแล้วก็ดับ ฉะนั้น. พระวรฤทธิ์อันเลิศ พระบุญญาธิการอันประเสริฐ พระวรลักษณ์อันบานเต็มที่แล้ว ทั้งนั้น ก็อันตรธาน ไปสิ้น สังขารทั้งปวงก็ว่างเปล่า แน่แท้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า พนฺธนา ความว่า เปลื้องปล่อยซึ่งเทวดา และมนุษย์จากเครื่องผูกมีกามราคสังโยชน์เป็นต้น. บทว่า มคฺคามคฺคญฺจ อาจิกฺขิ ความว่า ทรงบอกปุถุชนที่เหลือว่า ทางนี้คือมัชฌิมาปฏิปทาเว้นจาก อุจเฉททิฏฐิและสัสสตทิฏฐิ เป็นทางเพื่อบรรลุอมตธรรม การทำตัวให้ลำบาก เปล่าเป็นต้นนี้มิใช่ทาง. บทว่า อาโลกํ ทสฺสยิตฺวาน ได้แก่ ทรงแสดง แสงสว่าง คือมรรคญาณ และแสงสว่างคือวิปัสสนาญาณ. บทว่า ลกฺขณญฺจ กุสุมตํ ความว่า พระสรีระของพระผู้มีพระภาคเจ้า บานแล้ว ประดับแล้ว ด้วยพระลักษณะอันวิจิตรเป็นต้น. คำที่เหลือในคาถาทั้งหลายทุกแห่ง ง่ายทั้ง นั้นแล.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน