เล่มที่ 73
พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงเป็นเชษฐโอรส น่าเอ็นดูของพระเจ้าจั...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 392
เนื้อหา
พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงเป็นเชษฐโอรส น่าเอ็นดูของพระเจ้าจักรพรรดิ ทรงสวมอาภรณ์แก้ว มณีเสด็จเข้าพระราชอุทยาน. ณ พระราชอุทยานนั้น มีต้นไม้งามกว้างใหญ่ สะอาดสะอ้าน เสด็จถึงต้นไม้นั้นแล้วประทับนั่งภาย ใต้ต้นมหาโสณะ. ณ ต้นไม้นั้น ก็เกิดญาณอันประเสริฐไม่มีที่สุด คมเปรียบด้วยวชิระ ก็ทรงพิจารณาความเกิดความดับ ของสังขารทั้งหลาย. ทรงขจัดกิเลสทุกอย่างไม่เหลือเลย ณ ต้นไม้นั้น ทรงบรรลุพระโพธิญาณ และพระพุทธญาณ ๑๔ สิ้น เชิง. ครั้นทรงบรรลุพระโพธิญาณแล้ว ก็ทรงประ- กาศพระธรรมจักร อภิสมัยครั้งที่ ๑ ได้มีแก่สัตว์แสน โกฎิ. แก้อรรถ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า จกฺกวตฺติสฺส ได้แก่ พระเจ้าจักรพรรดิ บทว่า เชฏฺโ ได้แก่ เกิดก่อน. บทว่า ทยิตโอรโส ได้แก่ พระโอรส พระราช บุตร ที่น่าเอ็นดูน่ารัก. บุตรที่เขาเอ็นดูแล้ว อันเขากอดประทับไว้ที่อก ชื่อว่า ทยิตโอรส. บทว่า อามุกฺกมาลาภรโณ ๑ ได้แก่ สวมพาหุรัดทองกรมงกุฏ และกุณฑลมุกดาหารเป็นมาลัย. บทว่า อุยฺยานํ ความว่า ได้ไปยังอารามชื่อ ธนัญชัยราชอุทยาน นอกพระนคร. บทว่า ตตฺถาสิ รุกฺโข ความว่า เขาว่าในราชอุทยานนั้น มีต้นไม้ ต้นหนึ่ง ชื่อว่า รัตตโสณะ. เขาว่าต้นรัตตโสณะนั้น สูง ๙๐ ศอก ลำต้น เกลากลม มีค่าคบและกิ่งก้านสะพรั่ง มีใบเขียวหนาและกว้าง มีเงาทึบเพราะ มีเทวดาสิงสถิต จึงปราศจากหมู่นกนานาชนิดสัญจร เป็นดิลกจุดเด่นของพื้น ธรณี กระทำประหนึ่งราชาแห่งต้นไม้ ดูน่ารื่นรมย์อย่างยิ่ง ทุกกิ่งประดับด้วย ดอกสีแดง เป็นจุดรวมแห่งดวงตาของเทวดาและมนุษย์. บทว่า ยสวิปุโล ได้แก่ มียศไพบูลย์ อธิบายว่า อันโลกทั้งปวงกล่าวถึง ปรากฏเลื่องลือไปในที่ ทั้งปวงเพราะสมบัติของต้นไม้เอง. อาจารย์บางพวกกล่าวว่า ตตฺถาสิ รุกฺโข วิปุโล ดังนี้ก็มี. บทว่า พฺรหา แปลว่า ใหญ่ อธิบายว่า เช่นเดียวกับต้นปาริ- ฉัตตกะของทวยเทพ. บทว่า ตมชฺฌปฺปตฺวา ความว่า ถึง ถึงทับ คือเข้าไปยัง ต้นโสณะนั้น. บทว่า เหฏฺโต ได้แก่ ภายใต้ต้นไม้นั้น.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน