เล่มที่ 73

บทว่า โลกา มุจฺจิตฺวา ความว่า เป็น ผู้อันโลกธรรมฉาบทาไม่ได้แ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 229


เนื้อหา

บทว่า ราหุมุตฺโต ได้แก่ พันจากราหู คือ โสพภานุ. บทว่า ตาเปน ได้แก่ ด้วยแสงร้อนแรง แสงสว่าง. บทว่า โลกา มุจฺจิตฺวา ความว่า เป็น ผู้อันโลกธรรมฉาบทาไม่ได้แล้ว . บทว่า วิโรจ ได้แก่ จงรุ่งเรือง. บทว่า สิริยา ได้แก่ ด้วยพุทธสิริ. บทว่า โอสรนฺติ ได้แก่ ย่อมเข้าไปสู่มหาสมุทร. บทว่า โอสรนฺตุ ได้แก่ จงเข้าไป. บทว่า ตวนฺติเก ความว่า สู่สำนักของท่าน. บทว่า เตหิ ได้แก่ อันเทวดาทั้งหลาย. บทว่า ถุตปฺปสฺตฺโถ ได้แก่ ชมแล้วและสรรเสริญแล้ว หรืออันพระทีปังกรพุทธเจ้า เป็นต้นที่เทวดามนุษย์ชมแล้ว ทรงสรรเสริญแล้ว เหตุนั้นจึงชื่อว่า ผู้อันพระ- พุทธเจ้าที่เทวดามนุษย์ชมแล้วทรงสรรเสริญแล้ว. บทว่า ทส ธมฺเม ได้แก่ บารมีธรรม ๑๐. บทว่า ปวนํ แปลว่า ป่าใหญ่ อธิบายว่า เข้าไปป่าใหญ่ใกล้ ธัมมิกบรรพต. คาถาที่เหลือ ง่ายทั้งนั้นแล. จบพรรณนาเรื่องความปรารถนาของท่านสุเมธ แห่งอรรถกถาพุทธวงศ์ ชื่อ มธุรัตถวิลาสินี ๑. วงศ์พระทีปังกรพุทธเจ้าที่ ๑ ว่าด้วยพระประวัติของพระทีปังกรพุทธเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเล่าเรื่องอดีตแก่พระสารีบุตรว่า [๒] เมื่อสี่อสงไขยแสนกัป มีนครชื่อ อมรนคร น่าชมชื่นรื่นรมย์. ไม่ว่างเว้นจากเสียง ๑๐ เสียง พรั่งพร้อมด้วย ข้าวน้ำ มีเสียงข้าง เสียงม้า เสียงกลอง เสียงสังข์ เสียงรถ.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน