เล่มที่ 73

พระตถาคตเสด็จออกจากกรุงกบิลพัศดุ์ ที่น่ารื่น รมย์ ทรงตั้งควา...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 190


เนื้อหา

พระตถาคตเสด็จออกจากกรุงกบิลพัศดุ์ ที่น่ารื่น รมย์ ทรงตั้งความเพียร ทรงทำทุกกรกิริยา. พระตถาคต ประทับนั่ง ณ โคนต้นอชปาลนิ- โครธ ทรงรับข้าวมธุปายาส ณ ที่นั้นแล้ว เสด็จสู่ริม ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา. พระชินเจ้าพระองค์นั้น เสวยข้าวมธุปายาสที่ริม ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา แล้วเสด็จเข้าสู่โคนโพธิพฤกษ์ ตามทางอันดีที่เขาจัดแต่งไว้แล้ว. ต่อนั้น พระผู้ยอดเยี่ยม มีพระมหายศ ทรงทำ ประทักษิณโพธิมัณฑสถาน จักตรัสรู้ ณ โคนโพธิใบ. พระชนนีพุทธมารดาของดาบสผู้นี้ จักมีพระนาม ว่า มายา พระพุทธบิดาจักมีพระนามว่า สุทโธทนะ ดาบสผู้นี้ จักมีพระนามว่าโคตมะ. พระโกลิตะและพระอุปติสสะ ผู้ไม่มีอาสวะ ปราศจากราคะ มีจิตสงบตั้งมั่นแล้ว จักเป็นพระอัคร- สาวก พุทธอุปฐาก ชื่อว่าอานนท์ จักบำรุงพระชิน- เจ้าผู้นี้. พระเขมาและพระอุบลวรรณา ผู้ไม่มีอาสวะ มีจิตสงบ ตั้งมั่นแล้ว จักเป็นอัครสาวิกา ต้นไม้เป็น ที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เรียกว่า อัสสัตถะ ต้นโพธิใบ. จิตตะและหัตถาฬวกะ จักเป็นยอดอุปัฏฐาก อุตตราและนันทมารดา จักเป็นยอดอุปัฎฐายิกา. แก้อรรถ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โลกวิทู ได้แก่ ชื่อว่า โลกวิทู เพราะทรง รู้จักโลกโดยประการทั้งปวง. ความจริง พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงรู้ ทรงรู้ทั่ว ทรงแทงตลอดโลก แม้โดยประการทั้งปวง คือโดยสภาวะความจริง โดยสมุทัย ความเกิด โดยนิโรธความดับ โดยนิโรธุบายอุบายให้ถึงนิโรธ เพราะฉะนั้น ท่านจึงเรียกว่า โลกวิทู เหมือนอย่างที่ตรัสไว้ว่า เพราะฉะนั้นแล ท่านสุเมธผู้รู้จักโลก ถึงที่สุดโลก อยู่จบพรหมจรรย์ รู้ที่สุดโลก สงบแล้ว ย่อมไม่หวัง โลกนี้และโลกอื่น.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน