เล่มที่ 72
ได้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ สายฟ้าก็ตกลง จากนภากาศ กลองทิพยก็บันลื...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 236
เนื้อหา
ได้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ สายฟ้าก็ตกลง จากนภากาศ กลองทิพยก็บันลือลั่นขึ้นเอง ทวย- เทพพากันคร่ำครวญ และฝนดอกไม้ก็ตกจาก อากาศลงยังพื้นแผ่นดิน แม้ขุนเขาสุเมรุราชก็กัมปนาทหวั่นไหว เหมือนคนเต้นรำในท่ามกลางที่เต้นรำ ฉะนั้น สาครก็ปั่นป่วนตีฟองคะนองระลอกฉะฉาน ทวยเทพ นาค อสูร และพรหมต่างก็ พากันสลดใจ กล่าวขึ้นในทันใดนั้นเองว่า สังขาร ทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ เหมือนอย่างพระมหาปชา- บดีเถรีเจ้านี้ถึงความย่อยยับไปแล้วฉะนั้น และพระเถรีทั้งหลายผู้ทำตามคำสอนของ พระศาสดา ซึ่งแวดล้อมพระมหาปชาบดีเถรีเจ้านี้ พากันดับไปแล้ว เหมือนเปลวประทีปหมดเชื้อ ดับไป ฉะนั้น โอ้ ความประจวบกันมีความ พลัดพรากเป็นที่สุด โอ้ สิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งล้วน แต่ไม่เที่ยง โอ้ ชีวิตมีความหายสูญเป็นที่สุด ความปริเทวนา ได้มีแล้ว ด้วยประการฉะนี้. ในลำดับนั้น เทวดาและพรหมต่างก็ทำ ความประพฤติตามโลกธรรม ตามสมควรแก่กาล แล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้สูงสุดกว่า ฤาษี ครั้งนั้น พระศาสดาได้ตรัสเรียกท่าน พระอานนท์ผู้พหูสูตมาสั่งว่า อานนท์ ท่านจง ไปประกาศให้ภิกษุทั้งหลายทราบถึงการนิพพาน ของพระมารดา เวลานั้น ท่านพระอานนท์เป็นผู้หมด ความแช่มชื่น มีตานองไปด้วยน้ำตา ได้กล่าว ด้วยเสียงอันน่าสงสารว่า ขอพระภิกษุทั้งหลาย ผู้เป็นโอรสของพระสุคตเจ้าซึ่งอยู่ในทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตกและทิศเหนือจงมาประชุมกัน พระภิกษุณีผู้ยังพระสรีระสุดท้ายของ พระมุนีให้เจริญด้วยน้ำนม พระมารดาของกระผม พระโคตมีภิกษุณีนั้นถึงความสงบ เหมือนดวงดาว ในเมื่อพระอาทิตย์อุทัย ฉะนั้น พระนางผู้เป็นที่ รู้ทั่วกันว่า เป็นพระพุทธมารดา ครั้นดำรงอยู่แล้ว ไปสู่ความเสมอกันแล้ว คือในทีใด ถึงคนมี ๕ ตา เห็นให้ได้ ในที่นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าซึ่งเป็น ผู้นำทรงเห็นได้ ขอพระโอรสของพระสุคตเจ้าผู้มีความ เชื่อในพระสุคต หรือเป็นศิษย์ของพระมหามุนี จงทำสักการะแด่พระพุทธมารดาเถิด.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน