เล่มที่ 72
ธุมดี เลี้ยงชีพด้วยการหาบน้ำ เลี้ยง ดูเด็ก ๆ ก็ด้วยการหาบน้ำ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 216
เนื้อหา
ทราบว่า ท่านพระปัญจทีปิกาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านั้น ด้วย ประการฉะนี้แล. อุทกทายิกาเถรีอปทานที่ ๑๐ (๑๐) [๑๕๐] ดิฉันเป็นหญิงหาบน้ำขายอยู่ใน พระนครพันธุมดี เลี้ยงชีพด้วยการหาบน้ำ เลี้ยง ดูเด็ก ๆ ก็ด้วยการหาบน้ำนั้น ก็ดิฉันไม่มีไทยธรรม ดิฉันเข้าไปยังซุ้ม น้ำแล้ว ตั้งน้ำไว้ถวายในบุญเขตอันยอดเยี่ยม เพราะกรรมที่ได้ทำไว้ดีแล้วนั้น ดิฉันจึง ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ วิมานที่บุญกรรมสร้าง ให้แก่ดิฉันอยู่สวยงาม ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น ถูกนิรมิตรขึ้นก็เพราะการหาบน้ำ ครั้งนั้น ดิฉันประเสริฐกว่าพวกนาง อัปสรตั้งพัน ดิฉันครอบงำนางอัปสรเหล่านั้น ทั้งหมดด้วยฐานะ ๑๐ ประการ ดิฉันได้เป็นพระอัครมเหสีของท้าวสัก- รินทเทวราช ๕๐ พระองค์ ได้เป็นพระอัครมเหสี ของพระเจ้าจักรพรรดิ ๒๐ พระองค์ ดิฉันท่องเที่ยวอยู่แต่ในสองภพ คือ เทวดาและมนุษย์ ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง การถวายน้ำ. บนยอดเขา ยอดไม้ ในอากาศ หรือ พื้นดินก็ตาม ดิฉันต้องการน้ำเมื่อใด ดิฉันย่อม ได้โดยเร็วพลันเมื่อนั้น ทิศที่ไม่มีฝนอยู่ เพราะดิฉันเร่าร้อน กระหายน้ำแล้ว มหาเมฆรู้ความดำริของดิฉันย่อม ยังฝนให้ตก ในบางครั้งเมื่อดิฉันถูกหมู่ญาตินำเอา ออกไป มหาเมฆได้ยังฝนให้ฝนตกลง ในคราวที่ ดิฉันปรารถนาฝน ในสรีระของดิฉัน ไม่มีความเร่าร้อน หรือความกระวนกระวายเลย และละออง ธุลีก็ไม่ มีในกายของดิฉัน นี้เป็นผลแห่งการให้น้ำเป็น ทาน ทุกวันนี้ ดิฉันมีใจบริสุทธิ์ที่ ปราศจากใจ ที่ชั่วช้า มีอาสวะสิ้นไปหมดแล้ว บัดนี้ภพใหม่ ไม่มีอีก ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ ดิฉันได้ทำกรรม ใด ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น ดิฉันไม่รู้จักทุคติ เลย นี้เป็นผลแห่งการให้น้ำเป็นทาน ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายหมดแล้ว . . .
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน