เล่มที่ 72
ท่านครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว ระลึกถึงบุรพกรรมของตนได้ เกิด ควา...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 136
เนื้อหา
ท่านครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว ระลึกถึงบุรพกรรมของตนได้ เกิด ความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาล ก่อนจึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน ดังนี้. คำนั้นทั้งหมด มี เนื้อความพอจะกำหนดได้โดยง่ายเลยทีเดียวแล. ว่าด้วยบุพจริยาของพระโลมสติยเถระ ๑ [๑๓๘] ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าพระ- นามว่ากัสสปะ ผู้เป็น (เผ่าพันธุ์) พรหม มีพระ- ยศใหญ่ ประเสริฐกว่านักปราชญ์ ได้เสด็จอุบัติ ขึ้นแล้ว. ครั้งนั้น เราและสหายชื่อว่า จันทนะ ได้บรรพชาในพระศาสนา บำเพ็ญกิจพระศาสนา ที่ท้ายร้านตลาด. จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว เข้าถึงสวรรค์ ชั้นดุสิตทั้งสองคน ครอบงำเทพบุตรที่เหลือใน ดุสิตนั้น ด้วยการฟ้อน การขับ การประโคม และด้วยองค์ ๑๐ มีรูปเป็นต้นอันเป็นทิพย์ อยู่ เสวยมหันตสุขตราบเท่าสิ้นอายุ จุติจากดุสิตนั้นแล้ว จันทนเทพบุตรเข้า ถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ส่วนเราเกิดเป็นโอรสของ เจ้าศากยะในพระนครกบิลพัสดุ์. ในคราวที่พระศาสดาผู้นายกของโลก อัน พระอุทายีเถระเชิญเสด็จมาถึงพระนครกบิลพัสดุ์ เพื่อจะทรงอนุเคราะห์เจ้าศากยะ. ๑.ในบางสูตรเป็นพระโลมสกังคิยเถระ. ครั้งนั้น พวกเจ้าศากยะมีมานะจัด ไม่ รู้จักคุณของพระพุทธเจ้า เป็นคนกระด้างเพราะ ชาติ ไม่เอื้อเฟื้อ ไม่นอบน้อมพระสัมพุทธเจ้า พระพิชิตมารผู้เป็นมุนี ทรงทราบความ ดำริของเจ้าศากยะเหล่านั้น จึงได้เสด็จจงกรมใน อากาศ ยังธุลีพระบาทให้ตกลง เหมือนเมฆยังฝน ให้ตกลงแล้วเหมือนเปลวไฟลุกโพรงอยู่ฉะนั้น ทรงแสดงพระรูปที่ไม่กระสับกระส่าย แล้วทรงหายไปเสียอีก แม้พระองค์เดียวก็เป็น มากองค์ได้ แล้วกลับเป็นพระองค์เดียวอีก.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน