เล่มที่ 72

พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญตรงนี้มีหนทาง ๒ แ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 106


เนื้อหา

ณ ที่ประเทศแห่งหนึ่ง พระอานนทเถระถึงหนทาง ๒ แพร่ง แล้ว กราบทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญตรงนี้มีหนทาง ๒ แพร่ง ภิกษุสงฆ์จะไปทางไหน พระเจ้าข้า พระศาสดาตรัสถามว่า อานนท์ หนทางไหน เป็นหนทางตรง. พระอานนท์กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หนทางตรงมีระยะประมาณ ๓๐๐ โยชน์ เป็นหนทางที่มีอมนุษย์ ส่วนหนที่ อ้อมมีระยะทาง ๖๐ โยชน์ เป็นหนทางสะดวกปลอดภัย มีภิกษาดีหาง่าย. พระศาสดาตรัสว่า อานนท์ สีวลีได้มาพร้อมกับพวกเรามิใช่หรือ. พระอานนท์ กราบทูลว่า ใช่ พระสีวลีมาแล้วพระเจ้าข้า. พระศาสดาตรัสว่า ถ้าอย่างนั้น พระสงฆ์จงไปตามเส้นทางตรงนั้นแหละ เราจักได้ทดลองบุญของพระสีวลี. พระศาสดามีพระภิกษุสงฆ์เป็นบริวาร เสด็จขึ้นสู่เส้นทาง ๓๐ โยชน์ เพื่อจะ ทรงทดลองบุญของพระสีวลีเถระ. จำเดิมแต่ที่ได้เสด็จไปตามหนทาง หมู่เทวดาได้เนรมิตพระนคร ในที่ทุก ๆ โยชน์ ช่วยกันจัดแจงพระวิหารเพื่อเป็นที่ประทับ และที่อยู่แด่ ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข. พวกเทวบุตรซึ่งเป็นดุจกรรมกรที่พระ- ราชาทรงส่งไป ได้ถือเอาข้าวยาคูและของเคี้ยวเป็นต้นไป ถามอยู่ว่า พระ- ผู้เป็นเจ้าสีวลีไปไหน ดังนี้แล้ว จึงไป. พระเถระให้ช่วยกันถือเอาสักการะ และสัมมานะแล้วไปเฝ้าพระศาสดา. พระศาสดา ได้ทรงเสวยร่วมกับภิกษุสงฆ์. โดยทำนองนี้แหละ พระศาสดาเมื่อจะทรงเสวยสักการะ เสด็จไปวันละโยชน์ เป็นอย่างสูงจนล่วงพ้นหนทางกันดาร ๓๐ โยชน์เสด็จถึงที่อยู่ของพระทิรวนิย- เรวตเถระแล้ว. พระเถระทรงว่าพระศาสดาเสด็จมา จึงเนรมิตวิหารจำนวน เพียงพอแก่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขและเนรมิตพระคันธกุฏีที่ประทับ กลางคืนและประทับกลางวันแด่พระทศพล ด้วยฤทธิ์ ณ ที่อยู่ของตนนั่นแหละ แล้วออกไปทำการต้อนรับพระตถาคตเจ้า. พระศาสดาเสด็จเข้าไปยังพระวิหาร ตามหนทางที่ประดับตกแต่งแล้ว. ครั้นเมื่อพระตถาคต เสด็จเข้าไปยังพระ- คันธกุฎีแล้ว พวกภิกษุจึงค่อยเข้าไปยังเสนาสนะที่ถึงแล้วตามลำดับพรรษา. พวกเทวดาคิดว่า เวลานี้มิใช่เวลาอาหาร จึงได้นำเอาน้ำปานะ ๘ อย่างถวาย. พระศาสดา ทรงดื่มน้ำปานะร่วมกับพระภิกษุสงฆ์. เมื่อพระตถาคต เสวย สักการะและสัมมานะโดยทำนองนี้นั่นแหละ เวลาผ่านไปแล้วครึ่งเดือน ลำดับนั้น ภิกษุผู้ไม่พอใจบางพวก นั่งแล้วในที่แห่งหนึ่งพากันยก เรื่องขึ้นสนทนากันว่า พระทศพล ตรัสว่า พระน้องชายแห่งอัครสาวกของ เราดังนี้ แล้วเสด็จมาเพื่อทอดพระเนตรภิกษุผู้เป็นช่างก่อสร้างเห็นปานนี้ พระ- เชตวันมหาวิหาร หรือว่า พระวิหารเช่นเวฬุวันวิหารเป็นต้น จักทำอะไร ในสำนักแห่งวิหารนี้ได้ ถึงภิกษุรูปนี้ ก็เป็นผู้ทำการก่อสร้างงานเห็นอย่างนี้ จักบำเพ็ญสมณธรรมอะไรได้. ลำดับนั้น พระศาสดาทรงดำริว่า เมื่อเราอยู่ ในที่นี้นานไป สถานที่นี้จักกลายเป็นที่เกลื่อนกล่น ธรรมดาพวกภิกษุผู้อยู่ใน ป่า ต้องการความสงบเงียบมีอยู่ การอยู่ด้วยความผาสุก จักไม่มีแก่พระ- เรวตะแน่. แต่นั้นก็เสด็จไปสู่ที่พักกลางวันของพระเถระ. แม้พระเถระก็อยู่ เพียงผู้เดียวอาศัยแผ่นกระดานพาดยึดที่ท้ายจงกรม นั่งบนหลังแผ่นหินแล้ว ได้มองเห็นพระศาสดา เสด็จมาแต่ไกลเทียว จึงลุกขึ้นต้อนรับแล้ว.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน