เล่มที่ 72
ทราบว่า ท่านพระสุคันธเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ ฉะน...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 47
เนื้อหา
ทราบว่า ท่านพระสุคันธเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ ฉะนี้แล. นี้ คือ ๑. ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน ๒. เวจจทายกเถราปทาน ๓. สรณคมนิยเถราปทาน ๔. อัพภัญชนทายกเถราปทาน ๕. สุปฏทายกเถราปทาน ๖. ทัณฑทายกเถราปทาน ๗. คิริเนลปูชกเถราปทาน ๘. โพธิสัมมัชชกเถราปทาน ๙. อามัฑผลทายกเถราปทาน ๑๐. สุคันธเถราปทาน ในวรรคนี้ บัณฑิตคำนวณคาถาทั้งหมดได้ ๑๒๓ คาถา. เป็นต้น อปทานทั้งหมด ในวรรคที่ ๕๐ วรรคที่ ๕๑ วรรคที่ ๕๒ และ วรรคที่ ๕๓ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถากิงกณิปุปผวรรคที่ ๕๐ เป็นต้น ว่าด้วยบุพจริยาของพระมหากัจจายนเถระ พระพิชิตมารพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ปราศจากตัณหา ทรงชำนะสิ่งที่ใคร ๆ เอาชนะ ไม่ได้ เป็นพระผู้นำ ได้เสด็จอุบัติขึ้นในกัปที่แสน แต่ภัทรกัปนี้ พระองค์เป็นผู้แกล้วกล้าสามารถ มีพระ- อินทรีย์เสมือนใบบัว มีพระพักตร์ปราศจากมลทิน คล้ายพระจันทร์ มีพระฉวีวรรณปานดังทองคำ มี พระรัศมีซ่านออกจากพระองค์ เหมือนรัศมี พระอาทิตย์ฉะนั้น น้ำตาและใจของสัตว์ลง ประดับด้วย พระลักษณะอันประเสริฐ ล่วงทางแห่งคำพูดทุก อย่าง อันหมู่มนุษย์และอมรเทพสักการะ ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง ทรงยังสัตว์ให้ ตรัสรู้ ทรงนำไปได้อย่างรวดเร็ว มีพระสุรเสียง ไพเราะ มีพระสันดานมากไปด้วยพระกรุณา ทรง แกล้วกล้าในที่ประชุม พระองค์ทรงแสดงธรรมอันไพเราะ ซึ่ง ประกอบด้วยสัจจะ ๔ ทรงฉุดขึ้นซึ่งหมู่สัตว์ที่จม อยู่ในเปือกตมคือโมหะ ครั้งนั้น เราเป็นดาบสสัญจรไปแต่คนเดียว มีป่าหิมพานต์เป็นที่อยู่อาศัย เมื่อไปสู่มนุษย์โลก ทางอากาศ ก็ได้พบพระพิชิตมาร เราได้เข้าไปเฝ้า พระองค์แล้วสดับพระธรรมเทศนาของพระธีรเจ้า ผู้ทรงพรรณนาคุณอันใหญ่ของพระสาวกอยู่ว่า เราไม่เห็นสาวกองค์อื่นใดในธรรมวินัยนี้ ที่จะเสมอเหมือนกับกัจจายนภิกษุนี้ ผู้ซึ่งประกาศ ธรรมที่เราแสดงแล้วแต่โดยย่อได้โดยพิสดาร ทำ บริษัทและเราให้ยินดี เพราะฉะนั้น กัจจายนภิกษุนี้ จึงเลิศ ในการกล่าวซึ่งอรรถแห่งภาษิต ที่เรากล่าวไว้แต่ โดยย่อนั้นได้โดยพิสดาร ภิกษุทั้งหลาย ท่าน ทั้งหลายจงทรงจำไว้อย่างนี้เถิด ครั้งนั้น เราได้ฟังพระดำรัสอันรื่นรมย์ ใจแล้ว เกิดความอัศจรรย์ จึงไปป่าหิมพานต์นำ เอากลุ่มดอกไม้มาบูชาพระผู้เป็นที่พึ่งของโลก แล้วปรารถนาฐานันดรนั้น ครั้งนั้น พระผู้เป็น ที่อยู่แห่งสรณะ ทรงทราบอัธยาศัยของเราแล้ว ได้ทรงพยากรณ์ว่า จงดูฤาษีผู้ประเสริฐนี้ ซึ่งเป็นผู้มีผิวพรรณ เหมือนทองคำ ที่ไล่มลทินออกแล้ว มีโลมชาติ ชุนชันและใจโสมนัส ยืนประนมอัญชลีนิ่งไม่ไหว ติง ร่าเริง มีนัยน์ตาเต็มดี มีอัธยาศัยน้อมไปใน คุณของพระพุทธเจ้า มีธรรมเป็นธง หทัยร่าเริง เหมือนกับถูกรดด้วยน้ำอมฤต เขาได้สดับคุณของกัจจายนภิกษุแล้ว จึง ได้ปรารถนาฐานันดรนั้น ในอนาคตกาล ฤาษี ผู้นี้จักได้เป็นธรรมทายาทของพระโคดมมหามุนี เป็นโอรสอันธรรมเนรมิต จักเป็นพระสาวกของ พระศาสดา มีนามชื่อว่ากัจจายนะ เขาจักเป็นพหูสูต มีญาณใหญ่ รู้อธิบาย แจ้งชัด เป็นนักปราชญ์ จักถึงฐานันดรนั้น ดัง ที่เราได้พยากรณ์ไว้แล้ว ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้ทำกรรม ใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา เราท่องเที่ยวอยู่แต่ในสองภพ คือ ใน เทวดาและมนุษย์ คติอื่นเราไม่รู้จัก นี้เป็นผลแห่ง พุทธบูชา เราเกิดในสองสกุล คือ สกุลกษัตริย์และ สกุลพราหมณ์ เราไม่เกิดในสกุลที่ต่ำทราม นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา และในภพสุดท้าย เราเกิดเป็นบุตรของ ติปิตวัจฉพราหมณ์ ผู้เป็นปุโรหิตของพระเจ้า จัณฑปัชโชต ในพระนครอุชเชนีอันรื่นรมย์ เรา เป็นคนฉลาดเรียนจบไตรเพท ส่วนมารดาของเรา ชื่อจันทนปทุมา เราชื่อกัจจานะ เป็นผู้มีผิวพรรณ งาม เราอันพระเจ้าแผ่นดินทรงส่งไปเพื่อ พิจารณาพระพุทธเจ้า ได้พบพระผู้นำซึ่งเป็น ประตูของโมกขบุรี เป็นที่สั่งสมคุณ และได้สดับพระพุทธภาษิตอันปราศจาก มลทิน เป็นเครื่องชำระล้างเปือกตมคือคติ จึง ได้บรรลุอมตธรรมอันสงบระงับ พร้อมกับบุรุษ คนที่เหลือ เราเป็นผู้รู้อธิบายในพระมติอันใหญ่ ของ พระสุคตเจ้าได้แจ้งชัด และพระศาสดาทรงตั้งไว้ ในตำแหน่งเอตทัคคะ เราเป็นผู้มีความปรารถนา สำเร็จด้วยดีแล้ว เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ...คำสอนของ พระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน