เล่มที่ 72

ครั้งนั้น พระสัมพุทธเจ้าพระ- นามว่าโสภิตะ ประทับอยู่ที่ภูเขา...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 45


เนื้อหา

ครั้งนั้น พระสัมพุทธเจ้าพระ- นามว่าโสภิตะ ประทับอยู่ที่ภูเขาจิตตกูฏ เราได้ ถือเอาดอกบุนนาคเข้ามาบูชาพระสยัมภู ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระ- สัมพุทธเจ้า ด้วยกานบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบุชา . . . เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว...คำสอนของ พระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระคิริปุนนาคิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย ประการฉะนี้แล. จบคิริปุนนาคิยเถราปทาน ๔๗๗. อรรถกถาคิริปุนนาคิยเถราปทาน พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๗ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า โสภิโต นาม สมฺพุทฺโธ ความว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระนามว่า โสภิตะ เพราะพระองค์มีพระสรีระงดงามไปด้วยพระมหาปุริส- ลักษณะ ๓๒ ประการ และพระรัศมีแผ่ออกข้างละวา ทั้งส่วนยาวและส่วน กว้าง. จบอรรถกถาคิริปุนนาคิยเถราปทาน วัลลิการผลทายกเถราปทานที่ ๘ (๔๗๘) ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลไม้ [๖๘] ครั้งนั้น พระสัมพุทธเจ้าพระ- นามว่าสุมนะ ประทับอยู่ในพระนครตักกรา เราได้หยิบเอาผลไม้วิลลิการะถวายแด่พระสยัมภู ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายผลไม้ ใด ในกาลนั้น ด้วยการถวายผลไม้นั้น เราไม่ รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว. . .คำสอน พระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระวัลลิการผลทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย ประการฉะนี้แล. จบวัลลิการผลทายกเถราปทาน ๔๗๘. อรรถกถาวัลลิการผลทายกเถราปทาน พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๘ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า ตกฺกรายํ วสี ตทา ความว่า ราชธานี ชื่อว่า ตักกรา เพราะเป็นที่อยู่ประจำของประชาชนผู้บำเพ็ญบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประการ ใน คราวที่ประทับอยู่ในตักกรานครนั้น. จบอรรถกถาวัลลิการผลทายกเถราปทาน ปานธิทายกเถราปทานที่ ๙ (๔๗๙) ว่าด้วยผลแห่งการถวายรองเท้า พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า อโนมทัสสี เชษฐบุรุษของโลกประเสริฐกว่า นรชน มีพระจักษุ เสด็จออกจากที่ประทับสำราญ กลางวันแล้ว เสด็จขึ้นถนน เราสวมรองเท้าที่ทำอย่างดีออกเดินทาง ไป ณ ที่นั้น เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้างามน่าดู น่าชม เสด็จดำเนินด้วยพระบาทเปล่า เรายังจิต ของตนให้เลื่อมใส ถอดรองเท้าออกวางไว้แทบ พระบาท แล้วกราบทูลว่า ข้าแต่พระสุคต ผู้เป็นมหาวีรบุรุษ เป็นใหญ่เป็นผู้นำชั้นพิเศษ ขอเชิญสวมรองเท้า เถิด ข้าพระองค์จักได้ผลแต่รองเท้าคู่นี้ ขอความ ต้องการของข้าพระองค์จงสำเร็จเถิด พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าอโนมทัสสี เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านรชน ทรง สวมรองเท้าแล้ว ได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า ผู้ใดเลื่อมใสถวายคู่รองเท้าแก่เรา ด้วย มือทั้งสองของตน เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่าน ทั้งหลายจงฟังเรากล่าว เทวดาทุก ๆ องค์ได้ทราบพระพุทธเจ้าดำรัส แล้ว มาประชุมกัน ต่างก็มีจิตปีติ ดีใจเกินความ โสมนัส ประนมกรอัญชลี พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า เพราะการ ถวายรองเท้านี้แล ผู้นี้จักเป็นผู้ถึงความสุข จัก เสวยราชสมบัติในเทวโลก ๕๕ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๑,๐๐๐ ครั้ง และจักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดยคณนานับมิได้ ในกับซึ่งนับไม่ถ้วย แต่กัปนี้ไป จักทรง สมภพในสกุลโอกกากะ มีพระนามว่าโคดม จัก เสด็จอุบัติขึ้นเป็นพระศาสดาของโลก ผู้นี้จักเป็นทายาทในธรรมของพระศาสดา พระองค์นั้น เป็นโอรสอันธรรมเนรมิต จัก กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะ ปรินิพพาน ผู้นี้บังเกิดในเทวโลกหรือในมนุษย์โลก จักเป็นผู้มีปัญญา จักได้ยานอันเปรียบด้วยยาน ของเทวดา ปราสาท วอ ช้าง ที่ประดับประดาแล้ว และรถที่เทียมแล้วด้วยม้าอาชาไนย ย่อมเกิด ปรากฏแก่เราทุกเมื่อ แม้เมื่อเราออกบวช ก็ได้ออกบวชด้วยรถ ได้บรรลุอรหัตเมื่อกำลังปลงผม นี้เป็นลาภของเรา เราได้ดีแล้ว คือ การค้าขายเราได้ประกอบถูกทางแล้ว เราถวาย รองเท้าคู่หนึ่งจึงได้บรรลุบทอันไม่หวั่นไหว ในกัปอันประมาณมิได้แต่กัปนี้ เราได้ ถวายรองเท้าใด ด้วยการถวายรองเท้านั้น เราไม่ รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายรองเท้า เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว. . .คำสอนของ พระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปานธิทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย ประการฉะนี้แล. จบปานธิทายกเถราปทาน ๔๗๖. อรรถกถาปานธิทายกเถราปทาน พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๙ ดังต่อไปนี้ :- บทว่า ปานธึ สุกตํ คยฺห ความว่า เราสวมคู่แห่งรองเท้าที่ทำเสร็จ โดยอาการอย่างดีแล้วแล. จบอรรถกถาปานธิทายกเถราปทาน ปุฬินจังกมิยเถราปทานที่ ๑๐ (๔๘๐) ว่าด้วยการขนทรายใส่ที่จงกรม [๗๐] เมื่อก่อน เราเป็นพรานเนื้อ เรา เที่ยวหาเนื้อสมันอยู่ในอรัญราวป่า ได้พบที่จงกรม เรามีจิตเลื่อมใสมีใจโสมนัสกอบเอาทรายใส่พกมา โรยลงในที่จงกรมของพระสุคตเจ้าผู้มีสิริ ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้โรยทราย ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง ทราย เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว. . .คำสอนของ พระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปุฬินจังมิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย ประการฉะนี้แล. จบปุฬินจังกมิยเถราปทาน ๔๘๐. อรรถกถาปุฬินจังกมิยเถราปทาน อปทานที่ ๑๐ มีเนื้อความที่จะกำหนดได้โดยง่ายทีเดียวแล. จบอรรถกถานฬมาลิวรรคที่ ๔๘ รวมอปทานที่มีในวรรค นี้ คือ ๑. นฬมาลิยเถราปทาน ๒. มณิปูชกเถราปทาน ๓. อุกกาสติเถราปทาน ๔. สุมนวีชนิยเถราปทาน ๕. กุมมาสทายกเถราปทาน ๖. กุสัฏฐกทายกเถราปทาน ๗. คิริปุนนาคิยเถราปทาน ๘. วัลลิการผลทายกเถราปทาน ๙. ปานธิทายกเถราปทาน ๑๐. ปุฬินจังกมิยเถราปทาน บัณฑิตคำนวณคาถาได้ ๙๕ คาถา. จบนฬมาลิวรรคที่ ๔๘ ปังสุกูลวรรคที่ ๔๙ ปังสุกูลสัญญกเถราปทานที่ ๑ (๔๘๑) ว่าด้วยผลแห่งการไหว้ผ้าบังสุกุลจีวร [๗๑] พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้สยัมภู ผู้ นำของโลก พระนามว่าติสสะ ได้เสด็จอุบัติขึ้น แล้ว พระพิชิตมารทรงวางบังสุกุลจีวรไว้แล้ว เสด็จเข้าพระวิหาร เราสะพายธนูที่มีสายและกระบอกน้ำ ถือดาบเข้าป่าใหญ่ ครั้งนั้น เราได้เห็นบังสุกุลจีวรซึ้งแขวน อยู่บนยอดไม้ในป่านั้น จึงวางธนูลง ณ ที่นั้นเอง ประนมกรอัญชลีเหนือเศียรเกล้า เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส และมี ปีติเป็นอันมาก ระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ สุด แล้วได้ไหว้บังสุกุลจีวร ในกัปที่ ๙๒ แต่กัปนี้ เราได้ไหว้บังสุกุล จีวรใด ด้วยการไหว้บังสุกุลจีวรนั้น เราไม่รู้จัก ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการไหว้ เราเผากิเลสทั้งหลาย. . คำสอน ของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปังสูกุลสัญญเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย ประการฉะนี้แล. จบปังสุกูลสัญญกเถราปทาน อรรถกถาปังสุกูลวรรคที่ ๔๙ อปทานที่ ๑ ในวรรคที่ ๔๙ มีเนื้อความพอที่จะกำหนดรู้ได้โดยง่าย ทีเดียวแล. พุทธสัญญกเถราปทานที่ ๒ (๔๘๒) ว่าด้วยผลแห่งการเกิดพุทธสัญญา [๗๒] เราเป็นคนเล่าเรียน ทรงจำมนต์ รู้จบไตรเพท ชำนาญในคัมภีร์ทำนายมหาปุริส ลักษณะ คัมภีร์อิติหาสะ พร้อมด้วยคัมภีร์ นิฆัณธุศาสตร์ แลคัมภีร์เกฏุภศาสตร์ ครั้งนั้นพวกศิษย์มาหาเราปานดังกระแส น้ำ เราไม่เกียจคร้าน บกกมนต์แก่ศิษย์เหล่านั้น ทั้งกลางวันและกลางคืน ครั้งนั้น พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ เสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระองค์ทรง กำจัดความมืดมิดให้พินาศแล้ว ยังแสงสว่างคือ พระญาณให้เป็นไป ครั้งนั้น ศิษย์ของเราคนหนึ่งได้บอกแก่ ศิษย์ทั้งหลายของเรา พวกเขาได้ฟังความนั้น จึง ได้บอกแก่เรา เราคิดว่าพระสัพพัญญูพุทธเจ้า ผู้เป็นนายกของโลก เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ชนย่อม อนุวัตรตามพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น เราไม่มีลาภ พระพุทธเจ้าทั้งหลายเป็นผู้มีการอุบัติ เลิศลอย มีจักษุ ทรงยศใหญ่ ไฉนหนอ เราพึง เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด เป็นผู้นำโลก เราถือหนังสือ ผ้าเปลือกไม้กรอง และ คนโทน้ำของเรา แล้วออกจากอาศรม เชิญชวน พวกศิษย์ว่า ความเป็นผู้นำโลกหาได้ยาก เหมือนกับ ดอกมะเดื่อ กระต่ายในดวงจันทร์หรือเหมือนกับ น้ำนมกา ฉะนั้น พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นในโลกแล้ว แม้ความเป็นมนุษย์ก็หาได้ยาก และเมื่อความมี พระพุทธเจ้าผู้นำโลกและความเป็นมนุษย์ทั้งสอง อย่างมีอยู่ การได้ฟังธรรมก็ยังได้ยาก พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นในโลก พวก เราจักได้ดวงตาเห็นธรรมอันเป็นของพวกเรา มา เถอะท่านทั้งหลาย เราจักไปยังสำนักของพระ- พุทธเจ้าด้วยกันทุกคน


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน