เล่มที่ 70

ก็พระโกณฑัญญพุทธเจ้า มีนครชื่อว่า รัมมวดี กษัตริย์พระนามว่า ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 61


เนื้อหา

ก็พระโกณฑัญญพุทธเจ้า มีนครชื่อว่า รัมมวดี กษัตริย์พระนามว่า สุนันทะ เป็นพระชนก พระเทวีพระนามว่า สุชาดา เป็นพระชนนี พระเถระทั้งสอง คือ พระภัททะ และ พระสุภัททะ เป็นพระอัครสาวก พระเถระนามว่า อนุรุทธะ เป็นพระอุปัฏฐาก พระเถรีทั้งสอง คือ พระติสสา และ พระอุปติสสา เป็นพระอัครสาวิกา ต้นขานาง เป็นไม้ที่ตรัสรู้ พระสรีรกายสูง ๘๘ ศอก ประมาณพระชนมายุได้ แสนปี. ต่อจากพระทีปังกร ก็มีพระนายกพระนามว่าโกณฑัญญะ มีพระเดชหาที่สุดมิได้ มีพระยศนับไม่ได้ มีพระคุณหา ประมาณมิได้ เข้าถึงได้แสนยาก. ในกาลต่อจากพระโกณฑัญญะพุทธเจ้านั้น ล่วงไปหนึ่งอสงไขย ในกัปเดียวกันนั่งเอง มีพระพุทธเจ้า ๔ พระองค์ บังเกิดขึ้นแล้ว คือ พระมังคละ พระสุมนะ พระเรวตะ พระโสภิตะ พระผู้มีพระภาคเจ้า พระนามว่า มังคละ ได้มีการประชุมสาวก ๓ครั้ง ในการประชุมครั้งแรก มีภิกษุแสนโกฏิ ครั้งที่ ๒ แสนโกฏิ ครั้งที่ ๓ เก้าสิบโกฏิ. ได้ยินว่า พระภาคาต่างพระมารดาของพระองค์ พระนามว่า อานันทกุมาร ได้เสด็จมายังสำนักของพระศาสดา เพื่อต้องการฟังธรรม พร้อมกับบริษัทนับได้เก้าสิบโกฏิ พระศาสดาตรัสอนุบุพพิกถาแก่พระองค์ พระองค์พร้อมกับบริษัทได้บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา. พระ- ศาสดาทรงตรวจดูบุพจริยาของกุลบุตรเหล่านั้น ทรงเห็นอุปนิสัยแห่ง บาตรและจีวรอันสำเร็จด้วยฤทธิ์ จึงทรงเหยียดพระหัตถ์เบื้องขวาตรัสว่า พวกเธอจงเป็นภิกษุมาเถิด. ในขณะนั้นเอง เขาทั้งหมดก็ทรงบาตรและ จีวรอันสำเร็จด้วยฤทธิ์ สมบูรณ์ด้วยอากัปกิริยาประดุจพระเถระมีพรรษา ได้ ๖๐ ถวายบังคมพระศาสดาแล้ว ห้อมล้อมอยู่. นี้ได้เป็น การประชุม พระสาวกครั้งที่ ๓ ของพระองค์. ก็พระพุทธเจ้าองค์อื่น ๆ ได้มีพระ- รัศมีจากพระสรีระโดยรอบประมาณ ๘๐ ศอกเท่านั้น ฉันใด แต่ของ พระมังคละนั้น หาเป็นเหมือนฉันนั้นไม่ ก็พระรัศมีจากพระสรีระของ พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ได้แผ่ไปตลอดหมื่นโลกธาตุตั้งอยู่เป็นนิตยกาล. ต้นไม้ แผ่นดิน ภูเขา และทะเล เป็นต้น โดยที่สุดจนชั้นหม้อข้าว เป็นต้น ได้เป็นเหมือนหุ้มด้วยแผ่นทองคำ.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน