เล่มที่ 69
พระนางสามาวดี ทูลว่า พระองค์อย่าถึงหม่อมฉันเป็นที่พึ่งเลย หม...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 697
เนื้อหา
พระนางสามาวดี ทูลว่า พระองค์อย่าถึงหม่อมฉันเป็นที่พึ่งเลย หม่อมฉัน ถึงพระพุทธเจ้าพระองค์ใดเป็นที่พึ่ง ขอพระองค์จง ทรงถึงพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นเป็นที่พึ่งเถิด และขอ พระองค์จงเป็นที่พึ่งของหม่อมฉันด้วย. พระราชาตรัสว่า ถ้าเช่นนั้นเราจะขอถึงท่านและพระศาสดาเป็นที่พึ่ง อนึ่ง เราจะให้พรแก่เจ้า. พระนางสามาวดี ทูลว่า ข้าแต่มหาราช ขอพระองค์จงทรง ให้หม่อมฉันรับพรเถิด. พระราชาเสด็จไปเฝ้าพระศาสดาขอถึงเป็นที่พึ่งแล้ว นิมนต์ถวายมหาทานแก่ภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขตลอด ๗ วัน ตรัสกะพระนางสามาวดีว่า จงรับพรเถิด. พระนางรับว่า ดีแล้ว ข้าแต่มหาราช ขอพระองค์จงทรงให้พรแก่หม่อมฉัน คือ ขอพระศาสดาจงเสด็จมา ณ ที่นี้ พร้อมด้วยพระภิกษุ ๕๐๐ เถิด หม่อมฉันจักฟังธรรม. พระราชาถวายบังคม พระศาสดาแล้วทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระองค์จงเสด็จมา ณ ที่นี้ กับภิกษุ ๕๐๐ เป็นประจำเถิด พวกหญิงที่อยู่กับพระนางสามาวดีก็กล่าวว่า หม่อมฉันทั้งหลายจักฟังธรรม. พระศาสดาตรัสว่า มหาบพิตร การไปยังที่ แห่งเดียวเป็นประจำไม่สมควรแก่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย แม้มหาชนก็ยังหวังจะ ให้ไปอยู่. พระราชาทูลว่า ถ้าเช่นนั้นขอพระองค์ตรัสสั่งภิกษุเถิด. พระศาสดา ตรัสสั่งกะพระอานนทเถระ. พระเถระพาภิกษุ ๕๐๐ ไปยังราชตระกูลเป็น ประจำ. แม้หญิงทั้งหลายมีพระเทวีเป็นประมุขเหล่านั้นก็อังคาสพระเถระแล้ว พากันฟังธรรม. อนึ่ง พระศาสดาทรงตั้งพระนางสามาวดีไว้ในฐานะเป็นผู้เลิศ กว่าอุบาสิกาทั้งหลาย ผู้มีเมตตาวิหารธรรม. ความที่พระราชาไม่สามารถปล่อย ลูกศรไปได้เป็นฤทธิ์ที่แผ่ไปด้วยสมาธิของพระนางสามาวดีอุบาสิกาด้วยประการ ฉะนี้. อนึ่ง ในที่นี้ท่านเรียกว่าอุบาสิกา เพราะเข้าใกล้พระรัตนตรัยด้วยความ เลื่อมใสอันไม่หวั่นไหว ด้วยความเลื่อมใสอันลึกซึ้ง หรือด้วยการถึงพระ- รัตนตรัยเป็นที่พึ่ง.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน