เล่มที่ 69

ท่านกล่าวไว้ในปฐวีกสิณในวิสุทธิมรรคว่า สมาบัติมีปฐวีกสิณเป็น...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 682


เนื้อหา

ท่านกล่าวไว้ในปฐวีกสิณในวิสุทธิมรรคว่า สมาบัติมีปฐวีกสิณเป็น อารมณ์ มีฌานเป็นบาท ย่อมสมควรในที่นี้ด้วยคำว่า ฤทธิ์ที่แผลงต่าง ๆ มี อาทิอย่างนี้ว่า ความเป็นคนเดียวเป็นหลายคนก็ได้ด้วยอำนาจปฐวีกสิณ ฯลฯ ย่อมสำเร็จดังนี้. อนึ่ง ในอภิญญานิเทศในวิสุทธิมรรคนั้นนั่นแหละ ท่าน กล่าวว่า ออกจากปฐวีกสิณเป็นต้นอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นอารมณ์ จากฌานมี อภิญญาเป็นบาท ดังนี้ ด้วยฤทธิ์ที่แผลงได้ต่าง ๆ. อนึ่ง ในนิเทศนั้นนั่นแหละ ท่านกล่าวว่า ควรคิดถึงเพศกุมารของตน. คำกล่าวนั้นดูเหมือนจะไม่สมควร ในการนิรมิตมีนาคเป็นต้น. แม้ในการนิรมิตมีเพศนาคเป็นต้น ก็มีนัยนี้ เหมือนกัน. ในบทเหล่านั้น บทว่า นาควณฺณํ เพศนาค คือมีสัณฐานคล้ายงู. บทว่า สุปณฺณวณฺณํ เพศครุฑ คือมีสัณฐานคล้ายครุฑ. บทว่า อินฺทวณฺณํ เพศพระอินทร์ คือ มีสัณฐานคล้ายท้าวสักกะ. บทว่า เทววณฺณํ เพศเทวดา คือ มีสัณฐานคล้ายเทวดาที่เหลือ. บทว่า สมุทฺทวณฺณํ เพศสมุทร ย่อม สำเร็จด้วยอำนาจแห่งอาโปกสิณ. บทว่า ปตฺตึ พลราบ คือ พลเดินเท้า. บทว่า วิวิธมฺปิ เสนาพฺยูหํ กองทัพตั้งประชิดกันต่าง ๆ คือ หมู่ทหารหลายเหล่า มีพลช้างเป็นต้น. แต่ในวิสุทธิมรรคท่านกล่าวบทมีอาทิว่า แสดงแม้ช้างด้วย เพื่อให้เห็นช้างเป็นต้น แม้ในภายนอก. ในวิสุทธิมรรคนั้นไม่พึงอธิษฐาน ว่า เราจงเป็นช้าง พึงอธิษฐานว่า ช้างจงมี. แม้ในม้าเป็นต้นท่านก็กล่าวว่า มีนัยนี้เหมือนกัน คำนั้นผิดด้วยบทเดิมกล่าวว่า ละเพศปกติ และด้วยความ ที่ฤทธิ์แผลงได้ต่าง ๆ เพราะว่าการไม่ละเพศปกติตามลำดับ ดังกล่าวในบาลี แล้ว แสดงเพศอื่นด้วยอำนาจอธิษฐาน ชื่อว่า ฤทธิ์ที่อธิษฐาน. การละ เพศปกติแล้วแสดงตนเป็นอย่างอื่น ด้วยอำนาจอธิษฐาน ชื่อว่า ฤทธิ์แผลง ได้ต่าง ๆ.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน