เล่มที่ 69

แม้กรชกายของผู้มีฤทธิ์หยั่งลงสู่สัญญานั้นก็เบาดุจปุยนุ่น ผู้...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 677


เนื้อหา

แม้กรชกายของผู้มีฤทธิ์หยั่งลงสู่สัญญานั้นก็เบาดุจปุยนุ่น ผู้มีฤทธิ์นั้น ไปสู่พรหมโลกด้วยกายอันปรากฏเบาดุจปุยนุ่นที่ถูกลมพัดไป อนึ่ง เมื่อไปอย่าง นี้หากปรารถนา ก็นิรมิตทางบนอากาศด้วยปฐวีกสิณแล้วเดินไป หากปรารถนา ก็นิรมิตดอกปทุมทุก ๆ ย่างเท้าบนอากาศด้วยปฐวีกสิณนั่นแหละแล้ววางเท้า บนดอกปทุมเดินไป หากปรารถนาก็อธิษฐานลมด้วยวาโยกสิณแล้วไปกับ ลมดุจปุยนุ่น ความเป็นผู้ใคร่จะไปนั่นแหละเป็นประมาณในเรื่องนี้ เพราะ ความเป็นผู้ใคร่จะไป ผู้มีฤทธิ์นั้น จึงอธิษฐานจิตทำอย่างนั้น ชัดไปด้วยกำลัง ของอธิษฐานปรากฏดุจลูกศรแล่นไปด้วยกำลังของสายธนู. บทว่า จิตตฺวเสน กายํ ปริณาเมติ น้อมกายไปด้วยอำนาจจิตคือยึดกรชกาย แล้วยกขึ้นในจิต อันมีฌานเป็นบท ทำการไปของจิตให้เป็นการไปเร็ว เพราะการไปด้วยจิต เป็นความเร็ว. บทว่า สุขสญฺญฺจ ลหุสญฺญฺจ โอกฺกมิตฺวา คือหยั่งลงสู่ สุขสัญญาและลหุสัญญา อันเกิดพร้อมกับอิทธิจิตอันมีรูปกายเป็นอารมณ์. บท ที่เหลือพึงทราบโดยนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล. แต่บทนี้เป็นการไปด้วยจิต เมื่อ ถามว่าผู้มีฤทธิ์นี้ เมื่อไปด้วยกายอันไม่ปรากฏอย่างนี้ ย่อมไปในอุปาทขณะ แห่งจิตอธิษฐานนั้นหรือ หรือว่าในฐิติขณะ หรือภังคขณะ. พระเถระกล่าวว่า ไปในขณะแม้ทั้ง ๓ ไปเองหรือว่าส่งรูปนิรมิตไป ทำตามชอบใจ แต่ในที่นี้ ผู้มีฤทธิ์นั้นไปมาเอง. บทว่า มโนมยํ สำเร็จแต่ใจ ชื่อว่า มโนมยํ เพราะ เป็นรูปนิมิตด้วยใจอธิษฐาน. ชื่อว่า สพฺพงฺคปจฺจงฺคํ มีอวัยวะครบทุกส่วน คือมีอวัยวะน้อยใหญ่ครบทั้งหมด. บทว่า อหีนินฺทฺริยํ มีอินทรีย์ไม่บกพร่องนี้ ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งสัณฐานของจักษุและโสตะเป็นต้น เพราะในรูป นิมิตไม่มีประสาท.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน