เล่มที่ 69
ในบทเหล่านั้น บทมีอาทิว่า หิริยติ ย่อมละอาย เป็นการแสดงถึงบุ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 590
เนื้อหา
ในบทเหล่านั้น บทมีอาทิว่า หิริยติ ย่อมละอาย เป็นการแสดงถึงบุคลา- ธิษฐาน. ในที่สุดอธิษฐานพละมีภาวนาพละเป็นต้น พึงทราบว่า ท่านกล่าว หมายถึงเนกขัมมะเป็นต้นเท่านั้น ด้วยบทว่า ตตฺถ เตน และ ตํ ใน เนกขัมมะนั้น ด้วยเนกขัมมะนั้น ซึ่งเนกขัมมะนั้น. บทว่า เตน จิตฺตํ เอกคฺคํ จิตมีอารมณ์เดียว ด้วยเนกขัมมะนั้น ท่านอธิบายว่า จิตมีอารมณ์เดียว ด้วยสมาธินั้น. บทว่า ตตฺถ ชาเต ธรรมที่เกิดในภาวนานั้น คือ ธรรมที่เกิดในสมถะนั้น ด้วยความประกอบ หรือมีวิปัสสนาเป็นอารมณ์เกิดในสมถะนั้น . บทว่า ตตฺถ สิกฺขติ พระเสกขะ ยังต้องศึกษาในสัมมาทิฏฐินั้น ความว่า ชื่อว่า เสกขพละ เพราะพระเสกขะ ยังต้องศึกษาในเสกขพละนั้น. บทว่า ตตฺถ สิกฺขิตตฺตา เพราะความที่ พระอเสกขะศึกษาในสัมมาทิฏฐินั้นเสร็จแล้ว ความว่า ชื่อว่า อเสกขพละ เพราะ พระอเสกขะศึกษาแล้วในอเสกขพละนั้น. บทว่า เตน อาสวา ขีณา อาสวะทั้งหลายสิ้นไปด้วยสัมมาทิฏฐินั้น ความว่า ญาณนั้น ชื่อว่า ขีณาสวพละ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไปแล้วด้วยโลกิยญาณ และโลกุตรญาณนั้น. จริงอยู่ อาสวะทั้งหลาย ชื่อว่า สิ้นไปแล้วด้วยโลกิยญาณ เพราะความไม่มีโลกุตรธรรม เพราะความไม่มีวิปัสสนา. ชื่อว่า ขีณาสวพละ เพราะกำลังของพระขีณาสพ อย่างนี้. บทว่า ตํ ตสฺส อิชฺฌตีติ อิทฺธิพลํ ชื่อว่า อิทธิพละ เพราะ ฤทธิ์ย่อมสำเร็จ เพราะการอธิษฐาน ความว่า ฤทธิ์นั่นแหละเป็นกำลังจึงชื่อว่า อิทธิพละ เพราะฤทธิ์ย่อมสำเร็จแก่ผู้มีฤทธิ์นั้น. บทว่า อปฺปเมยฺยฏเน เพราะอรรถว่าเป็นกำลังหาประมาณมิได้ คือ สาวกทั้งหลายย่อมรู้ฐานะและ อฐานะเป็นต้น โดยเอกเทศ. ท่านกล่าวว่า ยถาภูตํ ปชานาติ ย่อมรู้ชัด ตามความเป็นจริง หมายถึงความรู้นั่นแหละ โดยอาการทั้งปวง ถึงแม้ท่านจะ ไม่กล่าวว่า ยถาภูตํ ปชานาติ ไว้ในวิชชา ๓ ก็จริง แต่เพราะท่านกล่าวไว้ ในที่อื่น จึงเป็นอันกล่าว แม้ในวิชชาเหล่านั้นด้วย.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน