เล่มที่ 69
จำเดิมแต่นี้ไป ภิกษุนั้นย่อมมีภาวนาด้วยความแนบแน่นด้วยประการ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 187
เนื้อหา
จำเดิมแต่นี้ไป ภิกษุนั้นย่อมมีภาวนาด้วยความแนบแน่นด้วยประการ ฉะนั้น. สมดังที่พระโบราณาจารย์ทั้งหลายกล่าวไว้ว่า ผู้มีปัญญายังจิตให้แนบแน่นในนิมิต เจริญอาการ ต่าง ๆ ย่อมผูกจิตของตนในลมอัสสาสะและปัสสาสะ ดังนี้. จำเดิมแค่ความปรากฏแห่งนิมิตอย่างนี้ เป็นอันภิกษุนั้นข่มนิวรณ์ทั้ง หลายได้แล้ว. กิเลสทั้งหลายสงบ. จิตตั้งมั่นด้วยอุปจารสมาธิ ครั้นแล้วภิกษุนั้น ไม่ควรใส่ใจถึงนิมิตนั้นโดยความเป็นสี ไม่ควรพิจารณาโดยความเป็นลักษณะ. แต่แล้วภิกษุควรเว้นอสัปปายะ ๗ มีอาวาสเป็นต้น แล้วเสพสัปปายะ ๗ เหล่านั้น ควรรักษาไว้ให้ดีดุจขัตติยมเหสีรักษาครรภ์ของพระเจ้าจักรพรรดิ และดุจ ชาวนารักษาท้องข้าวสาลีและข้าวเหนียวฉะนั้น. ต่อแต่นั้น พึงรักษานิมิตนั้น ไว้อย่างนี้แล้ว ถึงความเจริญงอกงามด้วยมนสิการบ่อย ๆ ยังความเป็นผู้ฉลาด ในอัปปนา ๑๐ อย่างให้ถึงพร้อม พึงประกอบภาวนาโดยมีความเพียรสม่ำเสมอ เมื่อภิกษุพยายามอยู่อย่างนี้ จตุกฌานและปัญจกฌานย่อมเกิดในนิมิตนั้น ตามลำดับ ดังที่ท่านกล่าวไว้แล้วในวิสุทธิมรรค. อนึ่ง ภิกษุผู้มีจตุกฌานเกิด แล้วอย่างนี้ ประสงค์จะเจริญกรรมฐานด้วยอำนาจแห่งวิปัสสนาและมรรคแล้ว บรรลุความบริสุทธิ์จงทำฌานนั้นให้คล่องแคล่วถึงความชำนาญด้วยอาการ ๕ อย่างแล้ว กำหนดนามรูปเริ่มตั้งวิปัสสนา.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน